กองทัพอิสราเอลทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลางของอิหร่านช่วงเช้ามืดวันนี้ (8 มิถุนายน) เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธระลอกใหม่ โจมตีไปยังพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน
ผลจากการโจมตีส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังขึ้นหลายครั้ง ทั้งในกรุงเตหะราน เมืองทาบริซ และอิสฟาฮาน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหาย โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า อิสราเอลได้ทำการโจมตีโดยใช้ขีปนาวุธนำวิถีที่ยิงจากเครื่องบินขับไล่
การโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตกอยู่ในความเสี่ยงอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์สายตรงไปยังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เรียกร้องให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และให้งดเว้นการโจมตีตอบโต้อิหร่าน
ขณะที่เขายืนยันต่อสื่อว่า การโจมตีตอบโต้ครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน พร้อมเสริมว่านายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ‘ไม่ได้เป็นผู้กำหนดทิศทาง’ ในการเจรจา
“มันจะไม่มีผลกระทบต่อข้อตกลง” ทรัมป์กล่าวกับ Financial Times
“ผมเป็นคนตัดสินใจ ผมเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ”
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้กดดันอิสราเอลให้หยุดการโจมตีเลบานอน เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน โดยได้ตำหนิเนทันยาฮู ด้วยถ้อยคำหยาบคายในการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่สนใจและยังเดินหน้าโจมตีพื้นที่ชานกรุงเบรุตเป็นครั้งแรก หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศแผนหยุดยิงในเลบานอน
ความขัดแย้งระลอกใหม่ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในช่วงเช้าของการซื้อขายวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้า กลับมาสูงขึ้นเกิน 96 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ขณะที่ล่าสุดกองทัพอิสราเอลรายงานว่า มีขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากทางเยเมน แต่ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศสามารถสกัดกั้นไว้ได้
ภาพ : REUTERS/Mussa Qawasma
อ้างอิง :


