อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ EU และบอลข่านที่เมืองชายฝั่ง Tivat ของมอนเตเนโกรว่า การเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ของมอนเตเนโกรอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายและ ‘ใกล้จะเป็นจริงแล้ว’
มอนเตเนโกรถือเป็นประเทศ ‘ตัวเต็ง’ (Front-runner) ที่เข้าใกล้การเป็นสมาชิก EU มากที่สุดขณะนี้ โดยทาง EU ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่างสนธิสัญญาการเข้าร่วม (Accession Treaty) สำหรับมอนเตเนโกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รู้จัก ‘มอนเตเนโกร’ 101
มอนเตเนโกรเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา ตั้งอยู่ในภูมิภาคบอลข่านตะวันตก มีประชากรเพียงราว 623,000 คน ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวีย และเพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งการได้รับเอกราช หลังสิ้นสุดการรวมชาติเป็นรัฐสหภาพร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเซอร์เบียไปเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา
มอนเตเนโกรได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารขององค์การนาโต (NATO) มาตั้งแต่ปี 2017 โดยในปัจจุบันถือเป็นประเทศ ‘ตัวเต็ง’ อันดับหนึ่งในบรรดากลุ่มประเทศผู้สมัครในภูมิภาคที่เตรียมจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ EU
ยาค็อฟ มิลาโตวิช ประธานาธิบดีมอนเตเนโกรมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะผลักดันให้มอนเตเนโกรกลายเป็น ‘สมาชิก EU ลำดับที่ 28 ภายในปี 2028’ จนถึงขั้นนำสโลแกน ‘28 by 28’ ไปเพนต์ไว้บนเครื่องบินของสายการบินแห่งชาติ
ทำไมการเพิ่มประเทศสมาชิก EU และสมัครเป็นสมาชิก EU ถึงสำคัญ
EU มองว่า การขยายอิทธิพลของ EU เข้าสู่ภูมิภาคบอลข่านตะวันตกถือเป็น ‘ความจำเป็นทางภูมิรัฐศาสตร์’ เพื่อต่อต้านภัยคุกคามด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากรัสเซียและจีน รวมถึงรับมือกับสงครามในยูเครนและแรงกดดันจากผู้อพยพ
อีกทั้งการเพิ่มสมาชิกใหม่อาจมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางทหารอย่างอิสระมากยิ่งขึ้น โดยหลายประเทศในกลุ่ม EU ต้องการเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของตนเอง เพื่อป้องกันภัยคุกคามในอนาคตโดยไม่ต้องพึ่งพาสหรัฐอเมริกามากนัก เนื่องจากมีความกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ อาจลดความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพันธมิตร NATO
นอกจากนี้การเพิ่มสมาชิกจะช่วยขยายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่าน ‘ตลาดเดี่ยว’ (Single Market) ของยุโรปให้เติบโตยิ่งขึ้น
ส่วนเหตุผลหลักที่มอนเตเนโกรมีความมุ่งมั่นอยากเข้าร่วมเป็นสมาชิก EU ประกอบไปด้วยผลประโยชน์หลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ เช่น การได้เข้าร่วม EU จะทำให้มอนเตเนโกรได้รับประโยชน์จากการบูรณาการเข้าสู่ ‘ตลาดเดี่ยว’ ของยุโรป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ, ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคง เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก
ทั้งยังเป็นการผลักดันการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานประเทศ เช่น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งการปฏิรูปเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นผลประโยชน์โดยตรงต่อตัวประเทศผู้สมัครเอง
สิ่งที่มอนเตเนโกรยังต้องดำเนินการต่อ
แม้จะมีความคืบหน้าไปมาก แต่มอนเตเนโกรในฐานะผู้สมัครยังต้องดำเนินการปฏิรูปภายในประเทศให้สำเร็จ โดยเฉพาะการปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ EU ทั้งหมด 35 ด้าน (Chapters) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานกระบวนการยุติธรรม ไปจนถึงกฎระเบียบด้านฟาร์มและการประมง รวมถึงต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการปัญหาการทุจริตและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถาบันทางประชาธิปไตยอีกด้วย
นอกจากมอนเตเนโกรแล้ว ยังมีอีกราวๆ 10 ประเทศที่ตั้งเป้าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก EU ได้แก่ แอลเบเนีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, เซอร์เบีย, โคโซโว และมาซิโดเนียเหนือ รวมถึงยูเครน และมอลโดวา ขณะที่ ไอซ์แลนด์ ก็เตรียมจัดการลงประชามติในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อตัดสินใจว่า จะยื่นใบสมัครเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิก EU ด้วยหรือไม่
แฟ้มภาพ: Justit / Shutterstock
อ้างอิง:


