×

Trip.com โดนจีนฟันโทษผูกขาด 2.58 หมื่นล้านบาท หลังสอบ 6 เดือน พบบีบโรงแรมห้ามขายถูกกว่าบนแพลตฟอร์มคู่แข่ง

26.07.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ Trip.com และข้อความเกี่ยวกับการถูกจีนปรับข้อหาผูกขาด

หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนสั่งลงโทษ Trip.com Group ผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นเงินรวมราว 5,180 ล้านหยวน (ประมาณ 2.58 หมื่นล้านบาท) จากพฤติกรรมผูกขาดตลาด หลังการสอบสวนที่ใช้เวลานาน 6 เดือน

 

 
 

สำนักงานกำกับดูแลและบริหารตลาดแห่งรัฐ (SAMR) แถลงเมื่อวันเสาร์ (25 ก.ค.) ที่ผ่านมาว่า Trip.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับสากลในชื่อเดียวกัน รวมถึงแพลตฟอร์มที่เจาะตลาดจีนอย่าง Ctrip และ Qunar ตลอดจนเว็บไซต์ระดับโลกอย่าง Skyscanner ได้ใช้อำนาจเหนือตลาดในทางมิชอบ

 

บทลงโทษดังกล่าวประกอบด้วยการริบเงินที่ได้มาโดยมิชอบ 1,658 ล้านหยวน (ประมาณ 8.26 พันล้านบาท) และค่าปรับอีก 3,521 ล้านหยวน (ประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท) โดยค่าปรับส่วนหลังคิดเป็น 7.5% ของยอดขายในจีนเมื่อปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 46,958 ล้านหยวน (ประมาณ 2.34 แสนล้านบาท)

 

เปิดกลไกกดราคาที่ทำให้โรงแรมไร้ทางเลือก

 

ตามคำวินิจฉัยของ SAMR ระบุว่า Trip.com มีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2020 ผ่านการใช้อัลกอริทึมจัดสรรทราฟฟิก กฎของแพลตฟอร์ม และเครื่องมือทางเทคนิคของตัวเองเป็นอาวุธ

 

รูปแบบแรกคือการจูงใจให้โรงแรมพันธมิตรระดับ Special-tier เซ็นสัญญาผูกขาด ด้วยการสัญญาว่าจะได้รับทราฟฟิกและการสนับสนุนด้านการตลาดมากขึ้น แลกกับการห้ามไปร่วมมือกับแพลตฟอร์มคู่แข่ง

 

ส่วนโรงแรมระดับ Gold-tier และระดับทั่วไปจำนวนมาก ถูกกำหนดให้ต้องเสนอราคาที่ถูกที่สุดบน Trip.com เมื่อเทียบกับทุกแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์

 

นอกจากนี้ SAMR ยังพบว่าบริษัทใช้ทั้งเครื่องมือปรับราคาอัตโนมัติและการแทรกแซงโดยพนักงาน เพื่อกดราคาห้องพักบนแพลตฟอร์มของตัวเองลงทันทีที่ตรวจพบว่าโรงแรมนั้นตั้งราคาถูกกว่าบนแพลตฟอร์มอื่น พร้อมใช้เทคโนโลยีคอยตรวจสอบว่าโรงแรมทำตามเงื่อนไขหรือไม่

 

หากพบว่าไม่ทำตาม โรงแรมจะถูกลงโทษด้วยการลดทราฟฟิก ถอดป้ายสัญลักษณ์บนแพลตฟอร์ม และหักเงินมัดจำค่าคำสั่งซื้อ โดย SAMR สั่งให้ Trip.com ยุติพฤติกรรมเหล่านี้ พร้อมคืนเงินมัดจำที่หักไปจากผู้ประกอบการโรงแรมทั้งหมด 122 ล้านหยวน (ประมาณ 608 ล้านบาท)

 

The Business Times ที่อ้างอิงรายงานของ Bloomberg ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการจำกัดไม่ให้ผู้ประกอบการโรงแรมทำธุรกิจข้ามแพลตฟอร์ม และละเมิดสิทธิ์ในการกำหนดราคาของตัวเอง จนกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคในที่สุด

 

บริษัทยอมรับคำวินิจฉัย ขณะหุ้นดิ่งจากต้นปี

 

ด้าน Trip.com ออกแถลงการณ์ผ่าน WeChat เมื่อวันเสาร์ว่ายอมรับคำวินิจฉัยอย่างจริงใจและไม่มีข้อโต้แย้ง พร้อมระบุว่าจะปฏิรูปโมเดลธุรกิจ ส่งเสริมการแข่งขันที่ดี และดำเนินมาตรการแก้ไขต่อไป

 

ขณะที่ เจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com ได้ส่งจดหมายภายในถึงพนักงานเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่ง South China Morning Post ได้เห็นเนื้อหา โดยสั่งการให้พนักงานสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน และย้ำว่าบริษัทจะไม่บ่ายเบี่ยงหรือหาข้ออ้างเมื่อถูกถามถึงกรณีนี้

 

สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้น ราคาหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกงปรับลง 0.8% มาอยู่ที่ 342.60 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1,473 บาท) เมื่อวันศุกร์ก่อนคำวินิจฉัยจะออกมา ซึ่งร่วงลงมาไกลจากจุดสูงสุดที่เคยยืนเหนือระดับ 600 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2,580 บาท) เมื่อต้นปี

 

ก่อนหน้านี้ South China Morning Post รายงานเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม โดยอ้างแหล่งข่าวที่รับรู้เรื่องนี้ว่า ผลการสอบสวนมีแนวโน้มจะประกาศภายในสัปดาห์ดังกล่าว และบริษัทอาจเผชิญค่าปรับในช่วง 2,000-6,000 ล้านหยวน ซึ่งตัวเลขที่ออกมาจริงก็อยู่ในกรอบดังกล่าว

 

ทั้งนี้ กฎหมายป้องกันการผูกขาดของจีนเปิดช่องให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนด้วยการริบเงินที่ได้มาโดยมิชอบ และปรับได้สูงสุดถึง 10% ของยอดขายในปีก่อนหน้า

 

บทลงโทษครั้งใหญ่สุดนับจากยุคกวาดล้างเทคจีน

 

การสอบสวนที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคมครั้งนี้ ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดครั้งสำคัญที่สุดของจีนกับแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ นับตั้งแต่การกวาดล้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างหนักหน่วงเมื่อปี 2021

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว Alibaba Group Holding ถูกปรับเป็นสถิติที่ 18,200 ล้านหยวน (ประมาณ 9.06 หมื่นล้านบาท) คิดเป็น 4% ของรายได้ในประเทศปี 2019 ส่วน Meituan ยักษ์ใหญ่บริการส่งอาหาร ถูกปรับ 3,440 ล้านหยวน (ประมาณ 1.71 หมื่นล้านบาท) หรือราว 3% ของยอดขายในประเทศปี 2020

 

สำหรับ Trip.com นั้น การสอบสวนเกิดขึ้นหลังมีคำเตือนจากหน่วยงานท้องถิ่นและเสียงร้องเรียนจากภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการบังคับทำสัญญาผูกขาดและการใช้อัลกอริทึมแทรกแซงราคา

 

โดยทางการในมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ และเมืองเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑลเหอหนานทางตอนกลาง ได้เรียก Trip.com เข้าชี้แจงเมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายนตามลำดับ ขณะที่สมาคมที่พักแบบโฮมสเตย์ในมณฑลยูนนานกล่าวหาบริษัทว่ามีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน พร้อมขู่ดำเนินคดีเมื่อเดือนธันวาคม

 

ต่อมาในเดือนมีนาคม Trip.com ได้ถอด ‘ผู้ช่วยธุรกิจ AI’ ออกจากระบบอย่างเงียบๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เปิดให้ปรับราคาด้วยอัลกอริทึม และถูกวิจารณ์เป็นวงกว้างว่าก้าวก่ายอำนาจการตั้งราคาของผู้ประกอบการ

 

ความเข้มงวดครั้งนี้สะท้อนความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้น ว่าการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์กำลังบีบอัตรากำไรของผู้ประกอบการโรงแรม และมีส่วนทำให้เกิดภาวะเงินฝืดในจีน

 

โดยเมื่อปีก่อนทางการท้องถิ่นก็ได้เรียกคู่แข่งของ Trip.com ทั้ง Douyin ในเครือ ByteDance และ Meituan เข้าชี้แจงในประเด็นการผูกขาดเช่นกัน

 

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย China Trading Desk ระบุว่า Trip.com ครองส่วนแบ่งตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ในจีนราว 56% และปัจจุบันเป็นเว็บไซต์รับจองที่พักที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

การที่โรงแรมต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการเข้าถึงลูกค้า จึงเป็นต้นทางของอำนาจต่อรองที่ถูกใช้กีดกันไม่ให้โรงแรมไปลงขายบนคู่แข่งอย่าง Fliggy ของ Alibaba, Douyin หรือ Meituan

 

ด้านผลประกอบการ Trip.com รายงานรายได้ปี 2025 ที่ 62,400 ล้านหยวน (ประมาณ 3.11 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นเป็น 33,400 ล้านหยวน (ประมาณ 1.66 แสนล้านบาท) จาก 17,200 ล้านหยวน (ประมาณ 8.57 หมื่นล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายหุ้นบางส่วนใน MakeMyTrip กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ของอินเดีย

 

อย่างไรก็ตาม สัญญาณความท้าทายเริ่มปรากฏตั้งแต่การรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ที่บริษัทเตือนถึงค่าปรับก้อนใหญ่จากการสอบสวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน หรือกระแสเงินสด

 

ที่สำคัญคือแม้รายได้ไตรมาสเดือนมีนาคมจะเติบโต 17% แต่บริษัทกลับคาดการณ์ว่าไตรมาสถัดไปจะชะลอลงเหลือเพียง 3-8% ซึ่งเป็นอัตราที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 4.98 บาท ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569

ภาพ : umitc / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories