ประเด็นสำคัญ
- เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. วันไหน เวลาใด?
- คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- ไปถึงหน่วยเลือกตั้งต้องทำอะไรบ้าง?
- ประชาชนที่ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติ?
- การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า
- ถ้าไปใช้สิทธิไม่ได้ แต่ไม่อยากเสียสิทธิ ต้องทำอย่างไร?
- รู้ได้อย่างไรว่าต้องไปเลือกตั้งที่ไหน?
- กาบัตรเลือกตั้งแบบไหนไม่ให้เป็นบัตรเสีย?
- Vote No กับ No Vote ต่างกันอย่างไร?
- หากพบเจอการทุจริตเลือกตั้งต้องทำอย่างไร?
- รับเงินซื้อเสียงมีโทษแค่ไหน?
- วันเลือกตั้งห้ามทำอะไรบ้าง?
- ใครมีสิทธิสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.?
- ใครไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
- วันเลือกตั้งแต่งตัวที่มีสัญลักษณ์-ตัวเลข ผิดไหม
- วันเลือกตั้งต้องเตรียมปากกาไปเองไหม ใช้ปากกาสีอะไร
- กาบัตรเลือกตั้งแบบไหนไม่ให้เป็นบัตรเสีย
- ทำอะไรถึงเรียกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง
- พบทุจริตเลือกตั้งทำอย่างไร
- เลือกตั้งเสร็จแล้วนับคะแนนกันที่ไหน
- หลังเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก. จะเกิดอะไรขึ้น

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. วันไหน เวลาใด?
- วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
- เวลาลงคะแนน 08.00-17.00 น.

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- และคุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- บัตรประชาชน (บัตรหมดอายุก็ใช้ได้)
- บัตรหรือหลักฐานอื่นที่ราชการออกให้ (เป็นบัตรที่ไม่หมดอายุ) เช่น ใบขับขี่ พาสปอร์ต บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฯลฯ โดยต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
- แสดงหลักฐานแบบออนไลน์ ใช้ได้ 3 แอปพลิเคชัน คือ
แอปพลิเคชัน ThaID (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์)
แอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์)
แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (บัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล)
**ต้องเป็นแอปฯ จริงเท่านั้น การเปิดรูปถ่ายบัตรประชาชนที่ถ่ายเก็บไว้ในอัลบั้มรูป หรือรูปภาพที่ส่งทาง Line ไม่สามารถใช้ได้ ต้องเป็นการเปิดเข้าแอปพลิเคชันของรัฐและแสดงบัตรจากหน้าแอปฯ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น

- บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
- หนังสือเดินทาง
- ใบขับขี่
- หลักฐานอื่นๆ ที่รัฐออกให้ (มีเลขประจำตัวประชาชน และรูปถ่าย)
- แสดงหลักฐานแบบออนไลน์

ไปถึงหน่วยเลือกตั้งต้องทำอะไรบ้าง?
- ตรวจสอบรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้งหรือจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน และจดหมายเลขลำดับที่ของตัวเองไว้เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่
- แสดงตนเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนโดยใช้บัตรประชาชน (บัตรหมดอายุก็ใช้ได้) พาสปอร์ต หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ที่มีหมายเลขประจำตัวประชาชนและรูปถ่าย (เป็นบัตรที่ไม่หมดอายุ) หรือหลักฐานแบบออนไลน์
- รับบัตรเลือกตั้งพร้อมเซ็นชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และบัตรเลือกตั้ง ส.ก.
- เข้าคูหา ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่องเครื่องหมาย ดังนี้
- บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ให้เลือกผู้สมัครได้ 1 คน
- บัตรเลือกตั้ง ส.ก. ให้เลือกผู้สมัครในเขตของตนเองได้ 1 คน
- นำบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่พับเรียบร้อยแล้ว หย่อนลงหีบเลือกตั้งด้วยตัวเอง

ประชาชนที่ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติ?
- มีสัญชาติไทย หรือได้สัญชาติไทยมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง (เกิดวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551 หรือก่อนหน้านั้น)
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง
สำหรับผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนในกรุงเทพมหานคร ก่อนวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568
ส่วนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตนั้นๆ ก่อนวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568
และคุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
หากพบว่าชื่อ ตก หล่น สะกดผิด ต้องการเพิ่ม-ถอนรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ติดต่อแก้ไขได้ที่ ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตนั้นๆ ภายในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. ล่วงหน้าได้ไหม?

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า
กรณีที่ไม่สะดวกจริงๆ ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น (ผู้อำนวยการเขต) ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือทำหนังสือ ซึ่งต้องระบุตัวเลขประชาชนที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน โดยสามารถแจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นแทน หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ โดยต้องลงทะเบียนภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ถ้าไปใช้สิทธิไม่ได้ แต่ไม่อยากเสียสิทธิ ต้องทำอย่างไร?
ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น (ผู้อำนวยการเขต) ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยทำเป็นหนังสือ ระบุเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน สามารถแจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นแทนได้ หรือส่งเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
การแจ้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้แจ้งเข้าไปที่เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th, www.ect.go.th หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หัวข้อ การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยสามารถแจ้งได้ในช่วงระหว่างวันที่ 21-27 มิถุนายน และ 29 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2569

รู้ได้อย่างไรว่าต้องไปเลือกตั้งที่ไหน?
ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ระบุหน่วยเลือกตั้ง รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบ้านเลขที่นั้นๆ และลำดับที่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ตรวจสอบออนไลน์ในเว็บไซต์ www.ect.go.th โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน คลิกที่ช่อง ‘ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ’ แล้วคลิกค้นหาข้อมูล ระบบจะแสดงสถานที่ที่ต้องไปใช้สิทธิและลำดับที่ในบัญชี
ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote โดยเลือกเมนู ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง กรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน ระบบจะแสดงสถานที่ที่ต้องไปใช้สิทธิและลำดับที่ในบัญชี
หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ที่ stat.bora.dopa.go.th
หมายเหตุ: ควรตรวจสอบล่วงหน้าก่อนไปใช้สิทธิ เพื่อป้องกันเว็บไซต์ล่มในวันเลือกตั้ง

กาบัตรเลือกตั้งแบบไหนไม่ให้เป็นบัตรเสีย?
- ห้ามทำเครื่องหมายอื่นบนบัตรเลือกตั้ง นอกจากเครื่องหมายกากบาท (X)
- กากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายที่กำหนดให้
- กรณีที่ไม่ต้องการเลือกผู้สมัครใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่อง ‘ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด’

Vote No กับ No Vote ต่างกันอย่างไร?
Vote No คือการไม่ประสงค์ลงคะแนน (ไม่เลือกผู้สมัครคนไหน และกากบาทในช่องที่ระบุว่าไม่ประสงค์ลงคะแนน)
No Vote คือการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หากไม่มีการแจ้งเหตุสมควรก่อนหรือหลังวันเลือกตั้งจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุอันควรจะเสียสิทธิ ดังนี้
- ถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือ ส.ถ. หรือ ผ.ถ. หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.
- ถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- ถูกจำกัดสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ถูกจำกัดสิทธิการดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ถูกจำกัดสิทธิการดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- ถูกจำกัดสิทธิการดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
โดยการถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

หากพบเจอการทุจริตเลือกตั้งต้องทำอย่างไร?
สามารถแจ้งผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้
- เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่มีทุกจังหวัด
- โทรศัพท์แจ้งเรื่องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการข่าว โทร. 0 2141 8050 หรือ 0 2141 8201 หรือ 0 2141 2611 และสายด่วน กกต. โทร. 1444 กด 2
- เข้าไปกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ www.ect.go.th/ect_th/report_corruption.php
ทั้งนี้ การแจ้งเรื่องผ่านเว็บไซต์ไม่ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด และสามารถแจ้งได้ 4 เรื่อง (การเลือก สว. / การเลือกตั้ง สส. / การเลือกตั้งท้องถิ่น / เบาะแสการหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์)

รับเงินซื้อเสียงมีโทษแค่ไหน?
เมื่อมีการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือหัวคะแนนนำเงินมาแจกจ่าย เพื่อให้ผู้รับลงคะแนนให้ฝ่ายที่ให้เงิน
ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือหัวคะแนนมีโทษตามกฎหมาย จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ผู้ขายเสียงมีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันเลือกตั้งห้ามทำอะไรบ้าง?
- ห้ามผู้ใดใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนน
- ห้ามทำเครื่องหมายอื่นบนบัตรเลือกตั้ง นอกจากเครื่องหมายกากบาท (X)
- ระหว่างการลงคะแนน ห้ามใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดในการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งให้เห็นเครื่องหมายลงคะแนน
- ห้ามผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิเลือกตั้งพยายามออกเสียงลงคะแนน
- ห้ามแสดงบัตรเลือกตั้งให้ผู้อื่นเห็นว่าตนลงคะแนนเลือกผู้สมัครคนใด
- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงเครื่องดื่มสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง
- ห้ามเล่นการพนันหรือลงขันใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง

ใครมีสิทธิสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.?
- มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
- ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครในวันรับสมัครเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- สำหรับผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
- ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ใครไม่มีสิทธิเลือกตั้ง
- ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
- อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- ถูกคุมขังโดยหมายของศาล คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- วิกลจริต ฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ

วันเลือกตั้งแต่งตัวที่มีสัญลักษณ์-ตัวเลข ผิดไหม
การแต่งตัวไปเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะกฎหมายเลือกตั้งค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการป้องกันการโน้มน้าวใจหรือการหาเสียงในวันเลือกตั้ง
ฉะนั้นหากวันเลือกตั้งแต่งตัวที่มีสัญลักษณ์-ตัวเลข มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย
- ทำไมถึงเสี่ยงว่าผิด?
ตามกฎหมายเลือกตั้ง (พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.) ห้ามไม่ให้มีการหาเสียง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง การสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่มีสัญลักษณ์ เลขหมาย หรือชื่อพรรค อาจถูกตีความได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์หรือหาเสียง ให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นๆ
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- เสื้อผ้าที่มีหมายเลขผู้สมัคร: แม้จะเป็นเลขนำโชคส่วนตัว แต่ถ้าตรงกับเลขผู้สมัครในเขตนั้น อาจทำให้ถูกทักท้วงหรือถูกแจ้งความดำเนินคดีได้
- สัญลักษณ์พรรคการเมือง: โลโก้ ชื่อพรรค หรือคำขวัญ ของพรรค
- สีเสื้อที่เป็นสัญลักษณ์ชัดเจน: แม้การใส่เสื้อสีปกติจะไม่ผิดกฎหมาย (ไม่มีข้อห้ามเรื่องสี) แต่ถ้าใส่เป็นกลุ่มก้อนจำนวนมากพร้อมสัญลักษณ์อื่นที่สื่อถึงพรรคการเมือง ก็อาจกลายเป็นประเด็นได้
คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย ควรใส่เสื้อผ้าสีสุภาพที่ไม่มีลวดลายกราฟิกที่สื่อถึงการเมือง ไม่มีตัวเลข หรือข้อความที่ชี้นำ นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ควรระวัง หน้ากากอนามัย (Mask) หรือ หมวก ที่อาจมีสัญลักษณ์หรือหมายเลข

วันเลือกตั้งต้องเตรียมปากกาไปเองไหม ใช้ปากกาสีอะไร
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สามารถเตรียมตัวเรื่องปากกาได้ดังนี้:
- ต้องเตรียมไปเองไหม?
ไม่จำเป็น ทางหน่วยเลือกตั้งจะมีการจัดเตรียมปากกาไว้ให้ที่คูหาทุกแห่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากกังวลเรื่องสุขอนามัย หรือต้องการความมั่นใจส่วนตัว สามารถนำปากกาไปเองได้ กฎหมายไม่ได้ห้าม
- ควรใช้ปากกาสีอะไร?
หากนำปากกาไปเอง แนะนำให้ใช้ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน เป็นหลัก
- สีน้ำเงิน: เป็นสีมาตรฐานที่ กกต. และเจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจสอบบัตร และเป็นสีที่ระบุได้ชัดเจนว่าเป็นเครื่องหมายที่ตั้งใจทำขึ้น
- สีดำ: สามารถใช้ได้ ตามระเบียบไม่ได้กำหนดสีตายตัว และ กกต. เคยยืนยันว่าการใช้ปากกาสีอื่น (เช่น ดำ หรือ แดง) ไม่ทำให้เป็นบัตรเสีย ตราบใดที่กากบาทได้ถูกต้องและชัดเจน
- สีที่ควรเลี่ยง: แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ควรเลี่ยงสีที่ดูแปลกตามากๆ เช่น สีสะท้อนแสง หรือปากกาเจลที่หมึกเยิ้มง่าย เพราะถ้าหมึกยังไม่แห้งแล้วคุณพับบัตร หมึกอาจจะไปเปื้อนช่องอื่นจนทำให้กลายเป็น ‘บัตรเสีย’ (เพราะดูเหมือนกากบาทสองช่อง)
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- เครื่องหมายกากบาท: ต้องทำเครื่องหมาย X (กากบาท) ให้ชัดเจนภายในช่องลงคะแนนเท่านั้น
- ห้ามเขียนข้อความอื่น: ห้ามเซ็นชื่อ เขียนตัวเลข หรือวาดรูปใดๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้บัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสียทันที
สรุปแล้วใช้ปากกาที่หน่วยจัดไว้ให้จะสะดวกที่สุด แต่ถ้าจะพกไปเอง สีน้ำเงิน คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
กาบัตรเลือกตั้งแบบไหนไม่ให้เป็นบัตรเสีย
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 91 ‘การออกเสียงลงคะแนน’ ระบุเอาไว้ว่า ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายของหมายเลขผู้สมัครในบัตรเลือกตั้ง และในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประสงค์จะลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมาย ‘ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด’
เมื่ออ้างอิงจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 จะพบว่านิยามของ ‘กากบาท’ คือการกาชื่อเครื่องหมายตีนกา รูป + หรือ x
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดเผยแนวทางการกาบัตรเลือกตั้ง พร้อมแนวทางการวินิจฉัยแยกบัตรดีและบัตรเสียตามลักษณะการขีดเส้นกากบาทในช่องทำเครื่องหมายของหมายเลขผู้สมัครในบัตรเลือกตั้ง โดยมีหน้าตาการทำเครื่องหมายในบัตรดีและบัตรเสียดังนี้


ทำอะไรถึงเรียกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง
- ไม่มีสิทธิเลือกตั้งแต่พยายามออกเสียงลงคะแนน หรือการสวมรอยผู้มีสิทธิ
- ทำลายบัตรเลือกตั้ง นำบัตรเสียมาใช้เป็นบัตรดี
- ผู้ไม่มีสัญชาติไทยช่วยหาเสียง
- เล่นพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
- หาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง 1 วัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
- ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
- ขาย จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุราในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง 1 วัน จนถึงเวลา 18.00 น. วันเลือกตั้ง
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมที่จะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน
- กลั่นแกล้งผู้สมัครให้ถูกเข้าใจว่าละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง จนถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- จงใจทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตที่บัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง)

พบทุจริตเลือกตั้งทำอย่างไร
หากพบเห็นการโกงเลือกตั้งทุกรูปแบบ ทั้งแจกเงิน สิ่งของ เรียกรับเงินหรือทรัพย์สิน แจ้งเบาะแสหรือรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่ หรือรายงานให้ กกต. ทราบ แจ้งได้ด้วยตัวเองหรือสายด่วน กกต. โทร. 1444 หรือ 0 2141 8888
- ก่อนหรือวันเลือกตั้ง
เมื่อ กกต. พบเหตุสงสัยทุจริต มีอำนาจสั่งยกเลิกและให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
- ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง
พบว่าผู้สมัครกระทำการหรือสนับสนุนผู้อื่นให้ทุจริต กกต. สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครนั้นชั่วคราว 1 ปี กรณีผู้นั้นเป็นผู้ชนะเลือกตั้งนั้น ให้สั่งยกเลิกการเลือกตั้ง และให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบส้ม)
- หลังประกาศผลการเลือกตั้ง
ถ้าพบว่าในเขตนั้นมีการทุจริต แต่ไม่ชัดว่ามาจากผู้ได้รับเลือกตั้งหรือไม่ ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา หากวินิจฉัยว่าทุจริต ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น (ใบเหลือง)
เมื่อ กกต. สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร (ใบส้ม) ถ้ามีหลักฐานปรากฏหลังประกาศผลว่าผู้นั้นทุจริตเลือกตั้ง ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ของผู้นั้น

เลือกตั้งเสร็จแล้วนับคะแนนกันที่ไหน
เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. หรือปิดหีบเรียบร้อยแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว
ข้อดีของการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งคือ
- ป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดจากการย้ายหีบบัตร
- สามารถประกาศผลเลือกตั้งได้รวดเร็ว
เมื่อนับคะแนนเสร็จในแต่ละหน่วย กกต. เขตจะรวมผลการนับคะแนนของทุกหน่วยภายในเขต และประกาศผลรวมคะแนนของเขต จากนั้นจะติดประกาศไว้ในสถานที่ที่กำหนดและรายงานต่อ กกต. กทม. จากนั้นจะรายงานต่อ กกต. กลางเพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง

หลังเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก. จะเกิดอะไรขึ้น
หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งสุจริต ชอบธรรม กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ภายใน 30 วัน หรือไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามข้อกฎหมาย
จากนั้น กกต. จะออกหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่ผู้ชนะ ก่อนที่ผู้บริหารชุดใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะต้องแต่งตั้งทีมงานเพื่อร่วมบริหารราชการภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน กฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าฯ กทม. ต้องจัดทำนโยบายและเข้าแถลงนโยบายต่อสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง
ต่อจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้องเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้สมาชิก ส.ก. ชุดใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งพร้อมกัน ได้เข้าทำพิธีปฏิญาณตนและเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ กทม. เพื่อเริ่มทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติควบคู่ไปกับฝ่ายบริหาร
อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตัวอย่าง:
ทำอะไรถึงเรียกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง
- ไม่มีสิทธิเลือกตั้งแต่พยายามออกเสียงลงคะแนน หรือการสวมรอยผู้มีสิทธิ
- ทำลายบัตรเลือกตั้ง นำบัตรเสียมาใช้เป็นบัตรดี
- ผู้ไม่มีสัญชาติไทยช่วยหาเสียง
- เล่นพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
- หาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง 1 วัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
- ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
- ขาย จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุราในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง 1 วัน จนถึงเวลา 18.00 น. วันเลือกตั้ง
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมที่จะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน
- กลั่นแกล้งผู้สมัครให้ถูกเข้าใจว่าละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง จนถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- จงใจทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตที่บัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง)
พบทุจริตเลือกตั้งทำอย่างไร
หากพบเห็นการโกงเลือกตั้งทุกรูปแบบ ทั้งแจกเงิน สิ่งของ เรียกรับเงินหรือทรัพย์สิน แจ้งเบาะแสหรือรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งต่อตำรวจในพื้นที่ หรือรายงานให้ กกต. ทราบ แจ้งได้ด้วยตัวเองหรือสายด่วน กกต. โทร. 1444 หรือ 0 2141 8888
- ก่อนหรือวันเลือกตั้ง
เมื่อ กกต. พบเหตุสงสัยทุจริต มีอำนาจสั่งยกเลิกและให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
- ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง
พบว่าผู้สมัครกระทำการหรือสนับสนุนผู้อื่นให้ทุจริต กกต. สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครนั้นชั่วคราว 1 ปี กรณีผู้นั้นเป็นผู้ชนะเลือกตั้งนั้น ให้สั่งยกเลิกการเลือกตั้ง และให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบส้ม)
- หลังประกาศผลการเลือกตั้ง
ถ้าพบว่าในเขตนั้นมีการทุจริต แต่ไม่ชัดว่ามาจากผู้ได้รับเลือกตั้งหรือไม่ ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา หากวินิจฉัยว่าทุจริต ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น (ใบเหลือง)
เมื่อ กกต. สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร (ใบส้ม) ถ้ามีหลักฐานปรากฏหลังประกาศผลว่าผู้นั้นทุจริตเลือกตั้ง ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ของผู้นั้น
เลือกตั้งเสร็จแล้วนับคะแนนกันที่ไหน
เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. หรือปิดหีบเรียบร้อยแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะนับคะแนน ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว
ข้อดีของการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งคือ
- ป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดจากการย้ายหีบบัตร
- สามารถประกาศผลเลือกตั้งได้รวดเร็ว
เมื่อนับคะแนนเสร็จในแต่ละหน่วย กกต. เขตจะรวมผลการนับคะแนนของทุกหน่วยภายในเขต และประกาศผลรวมคะแนนของเขต จากนั้นจะติดประกาศไว้ในสถานที่ที่กำหนดและรายงานต่อ กกต. กทม. จากนั้นจะรายงานต่อ กกต. กลางเพื่อประกาศและรับรองผลการเลือกตั้ง
หลังเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก. จะเกิดอะไรขึ้น
หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งสุจริต ชอบธรรม กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ภายใน 30 วัน หรือไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามข้อกฎหมาย
จากนั้น กกต. จะออกหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่ผู้ชนะ ก่อนที่ผู้บริหารชุดใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะต้องแต่งตั้งทีมงานเพื่อร่วมบริหารราชการภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน กฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าฯ กทม. ต้องจัดทำนโยบายและเข้าแถลงนโยบายต่อสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง
ต่อจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้องเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้สมาชิก ส.ก. ชุดใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งพร้อมกัน ได้เข้าทำพิธีปฏิญาณตนและเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ กทม. เพื่อเริ่มทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติควบคู่ไปกับฝ่ายบริหาร


