×

ผอ.เขตประเวศ ปฏิเสธปมซื้อขายตำแหน่ง 4 ล้าน ยันกระบวนการแต่งตั้ง กทม. ยึดระบบคุณธรรม พร้อมฟ้องกลับรักษาสิทธิ์

โดย THE STANDARD TEAM
04.06.2026
  • LOADING...
ผู้อำนวยการเขตประเวศ เรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานครร่วมกับปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้บริหารระดับเขต ประกอบด้วย ผู้อำนวยการเขตประเวศ ผู้อำนวยการเขตบางเขน และผู้อำนวยการเขตมีนบุรี กรณีที่คริส โปตระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยอ้างว่ากระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต มีพฤติการณ์ใช้เส้นสาย รวมถึงมีการจ่ายเงินสูงถึง 4 ล้านบาท

 

เรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผู้อำนวยการเขตประเวศ เป็นผู้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า ตนและข้าราชการในระดับผู้อำนวยการเขตมีความตกใจต่อกระแสข่าวดังกล่าวอย่างมาก ในหลักการหากเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นธรรม ประชาชนและทุกภาคส่วนย่อมสามารถพึงกระทำได้ตามสิทธิ์ แต่ในข้อเท็จจริงขอยืนยันว่า กระบวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานครเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ โดยพิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ ค่าน้ำหนักผลงาน และคุณวุฒิความเหมาะสมของตัวบุคคลเป็นสำคัญ

 

เมื่อถามว่า ตำแหน่งผู้อำนวยการเขตต้องใช้เงินสูงถึง 4 ล้านบาทในการเข้าสู่ตำแหน่งจริงหรือไม่ เรืองศักดิ์ ยืนยันว่า กระบวนการโยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในทุกครั้ง มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน ตั้งแต่การประกาศรับสมัคร การยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ ตลอดจนมีคณะกรรมการกลั่นกรองคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ ก่อนจะเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามอนุมัติตามลำดับ ขั้นตอนทั้งหมดจึงเป็นไปตามระบบระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่าไม่มีการนำเงินมาแทรกแซงหรือซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด

 

สำหรับความเสียหายทางกฎหมายที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์ของผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 คนนั้น เรืองศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและพิจารณาในข้อกฎหมายอย่างละเอียด หากพบว่าเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายและสร้างความเสียหายต่อบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมต้องดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อรักษาสิทธิ์ตามขั้นตอนต่อไป

 

ส่วนข้อสังเกตที่ว่าการแจ้งความกลับอาจถูกมองเป็นการ ฟ้องปิดปาก หรือไม่นั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคล แต่ในมุมของผู้ได้รับความเสียหาย ย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมตามกฎหมายในการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตนเอง พร้อมย้ำว่าข้อกล่าวอ้างเรื่องพฤติกรรมความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการใช้เต้าไต่ นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในระบบราชการของกรุงเทพมหานคร แต่ยอมรับว่าข้าราชการฝ่ายประจำทุกคนย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจจากข่าวดังกล่าว

 

เรืองศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนในวันนี้เป็นการพบกันโดยบังเอิญหลังเสร็จสิ้นระเบียบวาระการประชุมตามปกติ ไม่ได้มีการนัดหมายกันเป็นพิเศษ และตนไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของใคร แต่เป็นการออกมาชี้แจงในฐานะผู้รักษากฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในกลุ่มผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ได้มีการพูดคุยหารือกันจริงถึงแนวทางการรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ทั้งนี้ หากฝ่ายการเมืองมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการทุจริตหรือซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นจริง ก็ควรดำเนินการตามช่องทางที่ถูกต้อง เช่น การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆ

 

ในช่วงท้าย เรืองศักดิ์ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานครทุกคนมีคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) คอยควบคุมกำกับดูแลระบบบริหารงานบุคคลอย่างเป็นธรรม

 

ส่วนกรณี ระบบอากง ตามที่มีกระแสข่าว ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงและไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะข้าราชการประจำ มีหน้าที่ต้องขับเคลื่อนงานและปฏิบัติตามนโยบายของทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหาร โดยพร้อมวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และที่ผ่านมาไม่เคยมีกลุ่มทุนหรืออำนาจใดๆ เข้ามาแทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำได้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising