วันนี้ (23 กรกฎาคม) เวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้าว่า เป็นการสั่งงานตามปกติ รวมถึงเรื่องการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยรายงานความคืบหน้าการออกประกาศของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ตามมติการประชุมเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งประธาน กสถ.จะเป็นผู้ลงนาม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อ กสถ.มีมติไปแล้ว เหตุใดจึงต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) นิรัตน์ กล่าวว่า ตามขั้นตอน กสถ.เป็นผู้ประกาศรับรองผลคะแนนตั้งแต่ครั้งแรก เมื่อพบว่ามีความผิดพลาด กสถ.จึงมีหน้าที่ต้องลงมติยกเลิกมติเดิมที่ตนเองเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อยกเลิกแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ กสถ.ก็ต้องมีมติรับรองผลเพคะแนนที่ถูกต้อง ซึ่งตรวจสอบเสร็จตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม แล้ว แต่ยังไม่ได้นำเข้าสู่ที่ประชุม นี่คือการทำงานอย่างตรงไปตรงมา และเคารพสิทธิของผู้เข้าสอบให้มากที่สุด
ทั้งนี้ หลังการประชุมเสร็จสิ้น จะต้องออกประกาศ กสถ. ซึ่งประธาน กสถ.จะเป็นผู้ลงนาม พร้อมบัญชีรายชื่อแนบท้าย โดยเราได้ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการประทับตรารับรองว่าเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ วันที่สอบและตรวจสอบในขณะนั้น ไม่ได้มีการแก้ไขภายหลัง
เมื่อถามว่า การดำเนินการที่ล่าช้าไม่ได้ติดขัดข้อกฎหมายใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย เรามั่นใจในความถูกต้องของสิ่งที่ต้องดำเนินการ แต่เนื่องจากมีผู้เข้าสอบจำนวนมากถึง 270,000 คน หากทำอย่างลวกๆ หรือไม่ละเอียด เกรงว่าจะเกิดความผิดพลาด
เมื่อถามว่า ยังยืนยันในอำนาจของ กสถ.อยู่ใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองดำเนินการ
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าการลงนามในประกาศใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อใด นิรัตน์ กล่าวว่า จะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก หากมีเพียงไม่กี่รายก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่กรณีนี้มีผู้เข้าสอบถึง 270,000 คน จึงต้องตรวจทานข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อลดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่ให้เกิดความผิดพลาดเลย ซึ่งเราตั้งใจจะทำให้เป็นเช่นนั้น
เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันผู้เสียหายไปร้องต่อศาลปกครองใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า เราเคารพสิทธิ รักษาสิทธิ และไม่ต้องการให้เกิดการฟ้องร้อง หากประกาศทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ก็มั่นใจว่าจะไม่มีใครฟ้อง
เมื่อถามย้ำว่า มีความมั่นใจหรือไม่ว่าผู้ที่ถูกเพิกถอนมีความผิดจริง นิรัตน์ กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบ ทั้ง สถ. บริษัทคู่สัญญากับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งรับงานจัดสอบจาก สถ. และ มศว ได้ว่าจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นผู้ตรวจสอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชี่ยวชาญด้านไอที และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ร่วมตรวจสอบด้วย จะเห็นว่ามีหลายหน่วยงานร่วมกันดำเนินการ เพื่อลดความผิดพลาด และเราไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังประธาน กสถ.ลงนามแล้ว จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ก กลาง อีกหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า มติ กสถ.เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม กำหนดว่า เมื่อยกเลิกมติเดิมและประกาศรับรองผลใหม่ พร้อมออกประกาศ กสถ.และบัญชีรายชื่อที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ก กลาง เพื่อรายงานให้รับทราบ
เมื่อถามว่า กสถ.มีอำนาจดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริตหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่โดยตรง เราทราบดีว่าต้องดำเนินการตามกฎหมาย ด้วยการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ที่ประชุม
เมื่อถามย้ำว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุ กสถ.จะเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีเองหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า นั่นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ส่วนที่เราจะแจ้งความดำเนินคดีคือ กรณีที่มีผู้ใดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ที่ประชุม ทำให้ที่ประชุมหลงเชื่อ ซึ่ง กสถ.ที่มี สถ.เป็นเลขานุการ จะต้องแจ้งความดำเนินคดี
เมื่อถามว่า สามารถระบุได้หรือไม่ว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดที่ กสถ.จะดำเนินคดีในฐานะผู้ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ นิรัตน์ กล่าวว่า ขอให้รอดู ต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ ไม่มีการยกเว้น นายกฯ บอกชัดเจนว่า ถึงใครก็ต้องเป็นคนนั้น เราจะไม่ดูหน้า ไม่ดูชื่อ หากการกระทำของใครทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ก็ต้องดำเนินคดี
เมื่อถามย้ำว่า จะมีถึงขั้นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่บังอาจกล่าวถึงบุคคลในระดับนั้น แต่หากถึงใครก็ต้องเป็นคนนั้น ผู้ที่จะดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้มีเพียง สถ.หรืออธิบดี สถ.เท่านั้น ขณะนี้เป็นคดีอาญา มีทั้งตำรวจและ ป.ป.ช.เข้ามาดำเนินการแล้ว เพราะเป็นความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อราชการและการประพฤติมิชอบ จึงมีหลายหน่วยงานร่วมกันดำเนินคดีเพื่อหาผู้รับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวจากบางสำนักว่า มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยระดับ 10 จำนวน 3 คน เข้าไปเกี่ยวข้อง ได้รับรายงานเรื่องนี้หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจและ ป.ป.ช. ตนก็ติดตามข่าวอยู่ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด จึงยังไม่สามารถตอบได้
เมื่อถามว่า ได้กำหนดวันประชุม ก กลาง ใหม่แล้วหรือยัง นิรัตน์ กล่าวว่า คงอีกไม่นาน เราต้องประชุม ก กลาง เพื่อรับทราบมติ กสถ.เกี่ยวกับการยกเลิกบัญชีเดิมและรับรองบัญชีใหม่ แต่เมื่องานส่วนนี้ยังไม่แล้วเสร็จ จึงเสนอให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อน
เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถประชุม ก กลาง ได้ภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า จะพยายามให้เกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า และดำเนินการให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้สอบถามเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกัน โดยยึดอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานเป็นหลัก ตามหลักกฎหมาย เมื่อมีอำนาจก็ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบ เราจึงหารือกันว่าหน่วยงานใด องค์กรใด มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องใด เราจะไม่ยึดความรวดเร็ว ความถูกใจ หรือแรงกดดันเป็นหลัก เพราะไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องดำเนินการควบคู่กับความรับผิดชอบ
เมื่อถามว่า หากเกิดความผิดพลาดจริง ก กลาง จะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยหรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า กสถ.เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นหน้าที่ของ กสถ.
เมื่อถามอีกว่า การที่ กสถ.เป็นผู้บรรจุและเพิกถอนเอง จะไม่สามารถดำเนินคดีกับ กสถ.ได้ใช่หรือไม่ นิรัตน์ กล่าวว่า หาก กสถ.ดำเนินการโดยไม่รับผิดชอบ กสถ.ก็ต้องรับผิดชอบ ตนก็เป็นหนึ่งใน กสถ. จึงไม่อยากให้เกิดภาวะเช่นนั้น ทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ต้องมารับผิดชอบในภายหลัง


