ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จีนได้ให้การต้อนรับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึง 26 คน จาก 23 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของอิทธิพลทางการทูตและเศรษฐกิจจีนที่ยังคงเติบโต
ผู้นำจากทุกภูมิภาคสำคัญที่ได้เดินทางไปเยือนจีน ได้แก่ยุโรป 10 ประเทศ, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3 ประเทศ, เอเชียกลาง 2 ประเทศ, เอเชียใต้ 1 ประเทศ, เอเชียตะวันออก 1 ประเทศ, ตะวันออกกลาง 2 ประเทศ, แอฟริกา 2 ประเทศ, อเมริกาเหนือ 2 ประเทศ และละตินอเมริกา 2 ประเทศ
โดยยุโรปมีผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยือนจีนมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศทั้งหมด งบ่งชี้ว่ารัฐบาลยุโรปมีความกระตือรือร้นที่จะมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับปักกิ่ง แม้ว่าที่ผ่านมาจะปรากฎสัญญาณความขัดแย้ง ทั้งในเรื่องการค้า ความมั่นคง และความสัมพันธ์ของจีนกับรัสเซียก็ตาม
สำหรับผู้นำที่โดดเด่นและถูกจับตามองมากที่สุดที่ไปเยือนจีนปีนี้ (เรียงตามลำดับการเยือน) ได้แก่
มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ
ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
โดยการหลั่งไหลไปเยือนของผู้นำจากทั่วโลก มีความน่าสังเกตเป็นพิเศษ เนื่องจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ใช้เวลาในปีนี้ไปกับการต้อนรับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ แทนที่จะเดินทางไปต่างประเทศด้วยตนเอง
สำหรับบางประเทศที่ถือว่า เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจีน รวมถึงรัสเซียและปากีสถาน มีทั้งระดับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างรัฐมนตรีต่างประเทศที่ไปเยือนจีนในปีนี้
โดยผู้นำแต่ละประเทศ เดินทางไปเยือนจีนและพบหารือกับผู้นำจีนด้วยจุดมุ่งหมายที่หลากหลาย ทั้งเพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ การเข้าถึงตลาดจีนหรือความร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้น เช่น การผลิต เทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน และในบางกรณี เช่นการเยือนของทรัมป์ ก็ถูกจับจ้องไปยังความร่วมมือในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน

อ้างอิง :


