วันนี้ (4 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 12.55 น. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนขับแอปพลิเคชันดังทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเหตุเกิดย่านอโศก ว่า ทราบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มดังที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีราคาที่อาจจะต่ำกว่าหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เห็นว่าสิทธิของผู้บริโภค เมื่อมีการกดรับผู้โดยสารแล้วต้องส่งผู้โดยสารให้ถึงปลายทาง กรณีนี้จึงเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค ซึ่งทางแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้มาพบกับตัวแทนของ สคบ. ที่ สน.ทองหล่อ โดยมีการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยทางแพลตฟอร์มได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่าเยียวยาให้ 35,000 บาท แต่ยังมีคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันนี้ (4 มิถุนายน) ได้ไปที่ศาลเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อในเรื่องทำร้ายร่างกาย
ศุภมาส กล่าวต่อว่า สคบ. มีแนวคิดที่จะเข้ามาดูแลแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ขายของ แพลตฟอร์มส่งสินค้า และแพลตฟอร์มเรียกรับผู้โดยสาร โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มิถุนายน) จะเรียกแพลตฟอร์มรายที่เกิดปัญหาเข้ามาพูดคุยเจ้าเดียวก่อน ส่วนวันที่ 12 มิถุนายน จะเรียกมาอีก 13 แพลตฟอร์มทั่วประเทศไทยมาหารือ
อย่างไรก็ตาม กรณีคนขับรถทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป็นชายอายุ 23 ปี ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงเกิดคำถามว่าปล่อยให้มาขับได้อย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าวุฒิภาวะอาจจะยังน้อย
”อาจจะถึงเวลาทบทวนตั้งแต่การคัดกรองผู้ขับขี่ เรื่องความเหมาะสมของอายุในการขับรถสาธารณะที่จะสามารถรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารได้ อายุ 20 อาจจะขับรถมีใบขับขี่ส่วนตัวได้ รถชนตายเองคนเดียวจบ แต่สำหรับใบขับขี่สาธารณะ จะต้องดูความเหมาะสมในการที่จะมารับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารด้วย“ ศุภมาส กล่าว
นอกจากนี้ ต้องดูมาตรการของบริษัทตั้งแต่การทำสัญญาว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ ในส่วนของ 13 แพลตฟอร์มจะทิ้งผู้โดยสารไม่ได้ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย รวมถึงดูเรื่องความเป็นธรรมของค่าโดยสาร ด้วยห่วงใหญ่ของนายกรัฐมนตรีที่ย้ำทุกครั้งว่าให้ดูเรื่องปากท้องของประชาชน เราเห็นว่าทั้ง 13 แพลตฟอร์ม คิดราคาไม่เท่ากันแบบมีนัยห่างกันหลายบาท ส่วนนี้ต้องมีการทบทวนด้วยในการประชุม สคบ. วันที่ 12 มิถุนายน นี้ ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆด้วย” ศุภมาส กล่าว
ส่วนจะมีการวางแนวทางบทลงโทษอย่างไรนั้น ศุภมาส กล่าวว่า จะต้องบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ โดยขึ้นลิสต์ว่าถ้าคนขับทำผิดถึงขั้นไหนจะต้องมีบทลงโทษอย่างไร รวมถึงตัวแพลตฟอร์มจะต้องมีการออกมาตรการด้วยเช่นกัน หากสร้างปัญหามีการกระทำผิดซ้ำ และปล่อยปละละเลยจะต้องมีบทลงโทษตามระเบียบกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะวางมาตรฐานราคากลางอย่างไร ในเมื่อแพลตฟอร์มต่างๆ ต้องแข่งขันกันเรื่องราคา ศุภมาส กล่าวว่า หากไม่เป็นธรรมกับประชาชนจะต้องหาทางลดค่า GP (Gross Profit) หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ส่วนนี้ผู้ประกอบการอาจจะต้องเสียกำไร เสียประโยชน์ไปบ้าง แต่รัฐบาลต้องดูแลประชาชนผู้เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพเป็นหลักมากกว่า
นอกจากนี้ ในการประชุม สคบ. ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ (5 มิถุนายน) จะมีการพิจารณาอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีรถวอลโว่กว่า 500 เคส ที่เมื่อประชุมเสร็จจะเตรียมฟ้องให้ผู้บริโภคทันที ไม่มีการไกล่เกลี่ยแล้ว โดยจะเรียกร้องให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งผู้เสียหายบางราย ไม่ต้องการให้นำรถไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ แต่ต้องการเงินคืน


