×

Bitcoin ร่วงหลุด 62,000 ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 3 เดือน เพราะ Panic Sell จากแรงขายของ Strategy หรือความต้องการกำลังลดต่ำลง

04.06.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงเหรียญ Bitcoin และกราฟราคาที่กำลังปรับตัวลดลง

ความเคลื่อนไหวราคา Bitcoin ล่าสุด (3 มิถุนายน) ร่วงลงแตะ 61,349 ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบเกือบ 4 เดือน โดยตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ลดลงมากว่า 20% ก่อนที่ราคาจะฟื้นกลับมาสู่ระดับ 64,000 ดอลลาร์ ณ เวลา 10.30 น.

 

 
 

แรงขายจาก MicroStrategy ทำให้ตลาดตื่นตระหนก?

 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา Bitcoin ล่าสุด เป็นผลจากการที่ Strategy (MSTR) หรือชื่อเดิมคือ MicroStrategy บริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก รายงานการขายออกมาจำนวน 32 BTC หรือราว 0.004% ของจำนวน Bitcoin ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าราว 2.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 82 ล้านบาท

 

การขายดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ราคาเฉลี่ย 77,135 ดอลลาร์ ซึ่งภายหลังการขายดังกล่าว MSTR ยังคงถือครอง Bitcoin ทั้งสิ้น 843,706 BTC

 

ไมเคิล เซย์เลอร์ ประธานกรรมการบริหาร MSTR ระบุว่า “เป้าหมายของเราคือการทำให้ STRC เป็นตราสารเครดิตที่ดีที่สุดในโลก”

 

ก่อนหน้านี้ เซย์เลอร์เคยกล่าวว่า Strategy จะเข้าซื้อ 10 ถึง 20 BTC สำหรับทุกๆ 1 BTC ที่บริษัทขายออกไป พร้อมอธิบายว่าคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีวันขายนั้น แท้จริงแล้วหมายถึงการยังคงสถานะเป็นผู้สะสมสุทธิต่อไป เขายังระบุด้วยว่า สินทรัพย์ที่ถือครองอยู่นั้นต้องการให้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% ต่อปี เพื่อให้เพียงพอต่อการครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลของ STRC โดยที่บริษัทไม่ต้องเทขายหุ้นสามัญออกไป

 

Citi ชี้ปัญหาความต้องการ Bitcoin ลดลง กระทบหนักกว่าการเทขายของ Strategy

 

Citi เผยว่าความต้องการที่อ่อนแอของนักลงทุนและกระแสเงินทุนไหลออกจาก ETF อย่างต่อเนื่อง กำลังเป็นปัจจัยกดดันราคา Bitcoin มากกว่าการเทขาย BTC เมื่อเร็วๆ นี้ของบริษัท Strategy

 

Citi ระบุว่าแรงเทขาย Bitcoin ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการที่อ่อนแอของนักลงทุน มากกว่าการเทขาย Bitcoin เพียงเล็กน้อยของบริษัท Strategy

 

ทางธนาคารกล่าวว่า แม้การเทขายของ Strategy จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin โดย Citi ระบุว่า เซย์เลอร์ได้เคยหารือถึงแผนการที่จะเทขายการถือครอง Bitcoin บางส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ ในระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทไปแล้ว

 

อเล็กซ์ ซอนเดอร์ส นักวิเคราะห์จาก Citi กล่าวว่า กระแสเงินทุนของ Spot Bitcoin ETF ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดราคา Bitcoin โดยทางธนาคารประเมินว่า กระแสเงินทุนของ ETF สามารถอธิบายความผันผวนของผลตอบแทน Bitcoin รายสัปดาห์ได้ถึงประมาณ 45%

 

ข้อมูลจาก SoSoValue ที่อ้างอิงในรายงานระบุว่า ขณะนี้ Bitcoin ETF มีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิ (Net Outflows) ติดต่อกันถึง 11 วันทำการ ซึ่งถือเป็นสถิติเงินทุนไหลออกรายวันที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นี้เปิดตัวในปี 2024

 

เม็ดเงิน 3.4 พันล้านดอลลาร์ ไหลออกจาก Bitcoin ETF ภายในสัปดาห์เดียว

 

Spot Bitcoin ETF เผชิญกับเหตุการณ์เงินทุนไหลออกครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลออกสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.1 แสนล้านบาท ภายในสัปดาห์เดียวของช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งถือเป็นการไหลออกรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ETF ในเดือนมกราคม 2024

 

ก่อนหน้านี้ กระแสเงินทุนของ ETF ได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin ซึ่งส่งผลมากกว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากกองทุนเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้ซื้อรายย่อยในช่วงขาขึ้น และกลายเป็นผู้ขายรายย่อยในช่วงขาลง

 

กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock เผชิญกับเงินทุนไหลออกประมาณ 980 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่เป็นสถิติดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่แย่ที่สุด

 

ขณะที่กองทุน GBTC ของ Grayscale มีเงินทุนไหลออกราว 1.2 พันล้านดอลลาร์จากยอดสถิติการไหลออกรายสัปดาห์ทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 35% ของทั้งหมด

 

ความต้องการเชิงโครงสร้างยังคงอยู่

 

หากถอยหลังมามองภาพกว้างจากสัปดาห์ที่ย่ำแย่ ภาพรวมระยะยาวยังเป็นบวก โดยยอดสะสมของเงินทุนไหลเข้าสุทธิสำหรับ Spot Bitcoin ETF นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 ยังคงอยู่ที่ระดับเกือบ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นฐานเงินทุนมหาศาลภายใต้การกำกับดูแลที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยั่งยืนและมีโครงสร้างในการเข้าถึง Bitcoin

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือทิศทางระยะสั้นของกระแสเงินทุน ไม่ใช่แนวโน้มในระยะยาว แม้ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีเงินทุนไหลออก สถาบันการเงินรายใหญ่ก็ยังคงสร้างสถานะการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น Bank of America ได้เพิ่มการถือครอง IBIT เป็น 972,590 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 37 ล้านดอลลาร์

 

อะไรจะพลิกสถานการณ์ได้?

 

ตัวเร่งที่จะทำให้เกิดจุดต่ำสุดของ Bitcoin ไม่ใช่ระดับทางเทคนิค แต่เป็นการกลับทิศทางของกระแสเงินทุน IBIT โดยกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิเข้าสู่ IBIT เพียงวันเดียวหลังจากสถิติเงินไหลออกติดต่อกันนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่เป็นสัญญาณว่าสถาบันต่างๆ ได้ทำกำไรเสร็จสิ้นแล้วและกำลังก้าวกลับเข้ามา

 

นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะช่วยคลายความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ, รายงานตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์ที่อ่อนแอลงจะช่วยฟื้นความหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย, เซอร์ไพรส์ในทิศทางผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน (Dovish) จาก Fed ภายใต้การนำของ เควิน วอชช์ ประธานเฟด จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง Bitcoin

 

ภาพ: nitinan chumdavong/ Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories