×

ฟรีแลนซ์งานหด พนักงาน Full Time โดนปลด เพราะ AI เก่งขึ้นเร็วมาก

26.05.2026
  • LOADING...

เรากำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤตแรงงานแบบ K-Shape หมายถึงสถานการณ์ที่พนักงานดิจิทัลเข้ามาเสียบแทนงานรูทีนจนเม็ดเงินกระจุกอยู่กับคนกลุ่มเดียว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าปี 2569 อาจมีคนถูกเลิกจ้างทะลุ 4 หมื่นคนต่อเดือน คลื่นลูกนี้กำลังเขย่าเก้าอี้ทั้งฟรีแลนซ์และพนักงานประจำ บีบให้คนทำงานต้องรีบอัปสกิลเอาตัวรอดก่อนที่มูลค่าของตัวเองในตลาดงานจะกลายเป็นศูนย์

 

🟡 เกิดอะไรขึ้นกับตลาดงาน และทำไมคนถึงโดนปลด

 

ลองนึกภาพพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เคยควักกระเป๋าจ้างคนเขียนแคปชันขายของหรือทำภาพโปรโมตสินค้าเดือนละหลายพันบาท ตอนนี้แค่พิมพ์สั่ง ChatGPT หรือให้ Canva จัดหน้าให้ งานก็เสร็จในไม่กี่นาทีแถมประหยัดต้นทุนไปมหาศาล

 

CK Cheong ซีอีโอ Fastwork สะท้อนภาพนี้ชัดเจนว่าฟรีแลนซ์หลายคนบ่นเสียงเดียวกันว่างานหายเกลี้ยง โดยเฉพาะงานกราฟิก แปลภาษา หรือเขียนคอนเทนต์ระดับพื้นฐาน เพราะลูกค้าตัดสินคุณภาพได้ไว ซอฟต์แวร์เลยเข้ามาสวมรอยทำแทนได้ ฉะนั้นอนาคตของงาน จะเป็นของคนที่สามารถใช้เครื่องมือผสมกับ 3 สิ่งนี้

 

🔸Taste (รสนิยม)

 

🔸Judgment (วิจารณญาณ)

 

🔸Creativity (ความคิดสร้างสรรค์)

 

ฟาก TDRI เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่าความต้องการจ้างงานภาพรวมร่วงลงร้อยละ 9.6 โดยเฉพาะกราฟิกดีไซเนอร์ที่ยอดรับสมัครหดลงร้อยละ 13

 

วิกฤตนี้เขย่าทั้งความมั่นคงฟรีแลนซ์และเก้าอี้พนักงานประจำด้วย เพราะองค์กรยุคนี้เกิดภาวะลำเอียงต่อคนมีประสบการณ์สูง พวกเขาเลือกจ้างเฉพาะคนระดับซีเนียร์มาคุมเนื้องานที่โปรแกรมดราฟต์ไว้ให้ ส่งผลให้เด็กจบใหม่และพนักงานระดับเริ่มต้นแทบไม่มีที่ยืน แถมยังโดนหั่นฐานเงินเดือนลงร้อยละ 5 ถึง 10 ตามข้อมูลของ Adecco ประเทศไทย

 

🟡 เรื่องนี้กระทบคนทำงานอย่างไร

 

มูลค่าของคนทำงานที่รับจ้างผลิตงานซ้ำซากกำลังถูกลบออกจากระบบจ้างงาน ลองนึกภาพพนักงานออฟฟิศที่เคยใช้เวลาทั้งวันนั่งพิมพ์ข้อมูลลงตาราง Excel หรือสรุปรายงานการประชุม วันนี้เครื่องมือพวกนี้ช่วยคนไทยประหยัดเวลาทำงานถึกๆ ไปได้ถึง 117 นาทีต่อวัน

 

Denis Machuel ซีอีโอของ The Adecco Group กล่าวว่า สิ่งที่บริษัทคาดหวังจากคุณในเวลาที่ได้คืนมาคือการคิดแคมเปญใหม่ๆ หรือเจรจาต่อรองกับลูกค้า ปล่อยงานเอกสารให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรมไป ปัญหาคือคนทำงานเกินร้อยละ 70 ยังกอดเก้าอี้ประจำไว้แน่นเพื่อซื้อความรู้สึกปลอดภัย ธุรกิจขนาดใหญ่กำลังเปลี่ยนวิธีวัดผล ทักษะเดิมที่เคยใช้ทำมาหากินได้เป็นสิบปีอาจหมดอายุลงภายในเวลาแค่สองถึงสามปี ถ้าคุณไม่ยอมอัปเกรดตัวเองเป็นพาร์ตเนอร์ที่ผสมไอเดียมนุษย์เข้ากับความเร็วของเครื่องจักร ก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย

 

🟡 ทักษะแบบไหนที่ตลาดยอมเปย์หนัก และเราต้องอัปเกรดตัวเองยังไง

 

องค์กรพร้อมทุ่มเงินจ้างคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์และตัดสินใจเรื่องยากๆ แทนเครื่องจักรได้ แม้แต่ตำแหน่งที่เคยฮอตฮิตอย่างวิศวกรป้อนคำสั่ง หรือ Prompt Engineer ก็เสี่ยงโดนคอมพิวเตอร์แย่งงานในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า

 

สิ่งที่จะทำให้คุณรอดและเรียกค่าตัวได้ยาวๆ คือความคล่องตัว สภาเศรษฐกิจโลก ยกให้ความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นทักษะแม่ที่ช่วยให้มนุษย์เกาะติดทุกความเปลี่ยนแปลง

 

🔸โยนงานถึกให้ระบบจัดการ: ปล่อยโปรแกรมเขียนดราฟต์งาน วิเคราะห์ดาต้า หรือทำสไลด์พรีเซนต์ไปเลย คุณจะได้เอาเวลาไปลุยโปรเจกต์ที่ซับซ้อนและอัปค่าตัวได้แพงกว่า

 

🔸โชว์ผลกระทบที่วัดได้: เลิกทำงานรูทีนไปวันๆ แล้วหันมาโฟกัสว่าเนื้องานของคุณช่วยดันเป้าหมายบริษัทให้โตขึ้น หรือทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ยังไง

 

🔸งัดความมี Empathy ออกมาใช้: ดึงศิลปะการเล่าเรื่อง การเจรจาต่อรอง และการซื้อใจคนในทีมมาเป็นจุดขายหลัก เพราะสิ่งเหล่านี้คือแต้มต่อที่สมการทางคณิตศาสตร์จำลองไม่ได้

 

โลกการทำงานปี 2026 เปิดพื้นที่ให้เฉพาะคนที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ คลื่นสึนามิลูกนี้พัดมาเพื่อคัดกรองคนทำงานตัวจริงให้เฉิดฉาย ใครที่รับกติกาใหม่ สลัดความกลัวทิ้ง แล้วดึงเครื่องมือมาเสริมเขี้ยวเล็บก่อนถูกบังคับ จะพบว่าตลาดยังมีพื้นที่โกยเงินอีกมหาศาล ทักษะความเป็นมนุษย์บวกกับเซนส์ในการใช้เทคโนโลยีคือสูตรลับที่จะทำให้คุณกลายเป็นไอเทมหายากที่องค์กรไหนก็อยากดึงตัวไปร่วมทีม

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising