สภาพัฒน์เผย ค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานไทยลดลง 0.6% ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยค่าจ้างอาชีพอิสระร่วงหนักถึง 2.5% สวนทางค่าจ้างลูกจ้างรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่ยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จับตาผู้ว่างงานระยะยาวที่ว่างงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 27% เหตุสำคัญมาจากความรู้สึกท้อ หมดกำลังใจในการหางาน และขาดคุณสมบัติหรือประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่งงาน
วันนี้ (25 พฤษภาคม) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไตรมาสแรกปี 2569 โดยระบุว่า ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานในภาพรวมอยู่ที่ 16,145 บาทต่อคนต่อเดือน ‘ปรับลดลง’ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการปรับลดลงหนักสุดในรอบ 3 ไตรมาส
โดยเป็นผลมาจากค่าจ้างเฉลี่ยของกลุ่มอาชีพอิสระที่ลดลง 2.5% มาอยู่ที่ 16,852 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของกลุ่มลูกจ้างในระบบอยู่ที่ 15,675 บาทต่อคนต่อเดือน ยังเพิ่มขึ้น 0.7% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างเฉลี่ยของลูกจ้างรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจและของลูกจ้างเอกชนที่ 1.1% และ 0.8% ตามลำดับ
ทั้งนี้ เมื่อปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ลดลง 0.54% พบว่า ค่าจ้างแรงงานที่แท้จริงในภาพรวมลดลง 0.09% โดยค่าจ้างที่แท้จริง
ของลูกจ้างในระบบเพิ่มขึ้น 1.25% และกลุ่มอาชีพอิสระลดลงที่ 1.93%
โดยวันนี้สภาพัฒน์ยังได้เปิดเผยตัวเลขผู้ว่างงานในไตรมาส 1 ปี 2569 มีผู้ว่างงานในภาพรวมจำนวน 3.9 แสนคน เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.94% โดยเพิ่มขึ้นจากกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน ซึ่งมีจำนวน 2.39 แสนคน เพิ่มขึ้นถึง 44.8%
เมื่อพิจารณาสาเหตุการว่างงาน พบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (44.9%) เป็นการลาออกจากงาน โดยผู้ว่างงานส่วนใหญ่มาจากสาขาการผลิต และสาขาการค้าส่งและค้าปลีก ในสัดส่วน 24.2% และ 18.6% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่เคยทำงานลดลง 20.1%
สำหรับการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่า ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 มีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 2.42 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานในระบบที่ 2.00% เพิ่มขึ้นจาก 1.88%ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการเลิกกิจการหรือโรงงาน ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกของปีมีโรงงานปิดไป 163 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.4% และมีกิจการเลิกดำเนินการ 3,236 แห่ง เพิ่มขึ้น 4.7%
นอกจากผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังพบว่าผู้เสมือนว่างงาน (หรือผู้มีงานทำที่มีชั่วโมงการทำงานอยู่ในระดับต่ำ โดยรวมถึงผู้ที่ทำงาน 0-20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในภาคเกษตรกรรม และผู้ที่ทำงาน 0-24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกภาคเกษตรกรรม) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 3.0% หรือมีจำนวน 4.4 ล้านคน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในสาขานอกภาคเกษตรกรรม 9.6% มาอยู่ที่ 3.0 ล้านคน ขณะที่ภาคเกษตรกรรมลดลง 9.3% เหลือ 1.4 ล้านคน
นอกจากนี้ ผู้ว่างงานระยะยาวที่ว่างงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 27.0% หรือมีจำนวน 8.7 หมื่นคน โดยสาเหตุสำคัญมาจากความรู้สึกท้อหรือหมด
กำลังใจในการหางาน (36.4%) และการขาดคุณสมบัติหรือประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่งงาน (17.1%)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
| อัตราว่างงานพุ่งแตะ 0.91% คนว่างงานเฉียด 4 แสนคน จำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ‘ลดลง’ ครั้งแรกรอบ 20 ไตรมาส 25 พ.ค. 2569 | 8:53 |
| แบงก์ชาติเตือนรายได้คนไทยจ่อ ‘ติดลบ’ ในปีนี้ เกษตรกรรายได้ติดลบหนักถึง -8.5% ผลกระทบ ‘เอลนีโญ’ 13 พ.ค. 2569 | 14:05 |
| เปิด 8 ตัวเลข ‘ตลาดแรงงานไทย’ ส่งสัญญาณ ‘น่ากลัว’ กว่าที่คิด ถ้ารัฐบาลไม่รู้อาจ ‘รักษาตำแหน่งงาน’ คนไทยไว้ไม่ทัน 1 พ.ค. 2569 | 16:56 |
เปิดผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลางต่อการจ้างงาน-รายได้แรงงาน
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่ง การก่อสร้าง และการผลิตเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นด้วย แต่ในส่วนของผลกระทบต่อแรงงานนั้น จะยังไม่ถึงขั้นเกิดการเลิกจ้างหรือปลดคนงานในทันที ทว่าแรงงานจะได้รับผลกระทบจากการถูก ‘ลดชั่วโมงการทำงาน’ และ ‘ถูกจำกัดโอที (OT)’ เนื่องจากภาคธุรกิจจำเป็นต้องลดต้นทุน ซึ่งการลดเวลาทำงานนี้จะส่งผลโดยตรงให้รายได้ของแรงงานลดลง และเมื่อคำนวนกับภาวะเงินเฟ้อ ก็จะทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย
รายงานของสภาพัฒน์ยังระบุอีกว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแม้ว่าจะยังทรงตัว แต่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อราคาน้ำมันและค่าขนส่ง ซึ่งอาจกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของแรงงานหลายสาขา ดังนี้
- สาขาการขนส่ง: ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนกว่า 35.5% ของต้นทุนรวมของภาคการขนส่ง และอาจส่งผลให้รายได้สุทธิลดลง
- สาขาการผลิต: อาจเผชิญต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น บางโรงงานต้องชะลอหรือหยุดการผลิตชั่วคราว
- สาขาการก่อสร้าง: เสี่ยงต่อภาวะงานหยุดชะงักจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและค่าขนส่ง
- สาขาการท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวอาจชะลอการเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยในเดือนเมษายน 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยหดตัวลง 7.0% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
รายงานสภาพัฒน์แนะอีกว่า “หลายธุรกิจอาจปรับลดชั่วโมงการทำงาน หรือลดการทำงานล่วงเวลา ส่งผลให้แรงงานมีรายได้ลดลง ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้น ควรเร่งเตรียมมาตรการในการช่วยเหลือโดยเฉพาะการจับคู่การจ้างงานในสาขาที่มีความต้องการแรงงาน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลกต่อไป”

