×

ทำไมสหรัฐฯ ตั้งข้อหา ราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา คดียิงเครื่องบิน 2 ลำตกนอกฝั่งฟลอริดา ปี 1996

21.05.2026
  • LOADING...
ภาพ ราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา

รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งข้อหาทางอาญาต่อ ราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบาวัย 94 ปี ในข้อหาสมคบคิดฆ่าพลเมืองสหรัฐฯ และความผิดอื่นๆ จากเหตุการณ์ยิงเครื่องบิน 2 ลำตก ในบริเวณน่านน้ำระหว่างคิวบาและรัฐฟลอริดา เมื่อปี 1996 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน

 

 

การรื้อฟื้นคดีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่าคาสโตรและจำเลยร่วมอีก 5 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงเครื่องบินขององค์กรอาสาสมัครผู้ลี้ภัยชาวคิวบา ในไมอามี ชื่อ Brothers to the Rescue จนทำให้เครื่องบินตกและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวอเมริกัน 3 คน

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1996 ซึ่งเป็นช่วงที่คิวบาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในช่วงทศวรรษ 1990 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยคิวบาตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจอย่างหนัก เผชิญไฟฟ้าดับ ขาดแคลนอาหาร และขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้ชาวคิวบาหลายพันคนพยายามออกจากเกาะเพื่อลี้ภัยไปยังสหรัฐฯ

 

ขณะนั้น คาสโตร ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ภายใต้รัฐบาลของฟิเดล คาสโตร พี่ชายของเขา โดยสหรัฐฯ ได้ประณามการโจมตีเครื่องบินดังกล่าว และประกาศมาตรการคว่ำบาตรคิวบา แต่ไม่ได้ดำเนินคดีอาญากับพี่น้องคาสโตร

 

ขณะที่ในปี 2003 กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งข้อหาเจ้าหน้าที่ทหารคิวบา 3 นายเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่มีใครถูกส่งตัวไปดำเนินคดี และต่อมาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) สรุปผลสืบสวนว่า เครื่องบินถูกยิงตกในน่านน้ำสากล

 

ด้าน ท็อดด์ บลานเช รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ แถลงว่า “การตั้งข้อหาอดีตผู้นำคิวบาครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์”

 

“เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี ที่ผู้นำระดับสูงของระบอบคิวบาถูกตั้งข้อหาในประเทศนี้ ในสหรัฐอเมริกา ในข้อหาการกระทำรุนแรงที่ส่งผลให้พลเมืองอเมริกันเสียชีวิต ประเทศและผู้นำของพวกเขาไม่ควรได้รับอนุญาตให้โจมตีชาวอเมริกัน สังหารพวกเขา และไม่ต้องรับผิดชอบ” บลานเชกล่าว และประกาศว่า คาสโตร จะถูกตั้งข้อหาทำลายอากาศยาน และข้อหาฆาตกรรมอีก 4 กระทง

 

“สหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ลืมพลเมืองของตน” เขากล่าว

 

โดยการตั้งข้อหาทางอาญาต่อคาสโตร ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์ของคิวบา และจำเลยร่วมอีกห้าคน มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดระหว่างคิวบาและสหรัฐฯ ให้สูงขึ้นไปอีก

 

ข้อกล่าวหาเหล่านี้จะต้องได้รับการไต่สวนและพิจารณาคดีในศาลสหรัฐฯ ซึ่งบางข้อหาอาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ส่วนข้อหาฆาตกรรมแต่ละข้อหามีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

 

ตั้งข้อหาบีบคิวบาปฏิรูปการเมือง

 

การตั้งข้อหาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถูกจับตามองว่าพุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์คิวบา ในขณะที่คิวบากำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้คิวบาดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจครั้งสำคัญ เพื่อแก้ไขระบอบการปกครองแบบพรรคเดียว

 

โดยทรัมป์กล่าววานนี้ (20 พฤษภาคม) ว่า “อเมริกาจะไม่ยอมทนต่อรัฐอันธพาลที่มีปฏิบัติการทางทหาร การข่าวกรอง และการก่อการร้ายที่เป็นปรปักษ์ต่อเรา ห่างจากเราเพียง 145 กิโลเมตร เราจะไม่หยุดจนกว่าประชาชนชาวคิวบาจะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง”

 

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีเชื้อสายคิวบา-อเมริกัน ได้เผยแพร่แถลงการณ์ทางวิดีโอถึงประชาชนชาวคิวบาวานนี้ โดยตำหนิปัญหาทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรมในปัจจุบันของคิวบาว่า เป็นผลมาจากผู้นำ และย้ำข้อเสนอของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แลกกับการปฏิรูป

 

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ บางสำนัก ยังรายงานว่า ทรัมป์ต้องการให้คิวบาปลดประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ กาเนล ออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งผู้นำคนอื่นขึ้นมาแทน

 

โดยแม้ว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์จะยังไม่ได้ระบุผู้สมัครที่ต้องการเป็นพิเศษ แต่รายงานระบุว่า ได้มีการเจรจากับบุคคลสำคัญ เช่น ราอูล กิเยร์โม โรดริเกซ คาสโตร หลานชายของราอูล คาสโตร และอเลฮานโดร คาสโตร เอสปิน บุตรชายของเขา

 

คิวบาโต้สหรัฐฯ บิดเบือนข้อเท็จจริง

 

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีดิอาซ กาเนล อธิบายว่าเหตุการณ์ยิงเครื่องบินตกในปี 1996 เป็นการกระทำเพื่อ “ป้องกันตนเองโดยชอบธรรม” ของคิวบา และยืนยันว่า สหรัฐฯ “ทราบดีอยู่แล้ว เพราะมีหลักฐานเอกสารมากมาย ว่าไม่มีการกระทำที่ประมาทเลินเล่อ และไม่มีการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” และย้ำว่าคิวบาได้กระทำการ “ป้องกันตนเองโดยชอบธรรมภายในน่านน้ำของตน”

 

ดิอาซ-คาเนลยังชี้ว่า “การฟ้องร้องคาสโตร ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเหตุผลให้กับการกระทำอันโง่เขลาของการรุกรานทางทหารต่อคิวบา” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยิงเครื่องบินตก

 

ที่ผ่านมา คิวบาโต้แย้งว่าการโจมตีเครื่องบินดังกล่าว เป็นการตอบโต้ที่ชอบด้วยกฎหมายต่อการละเมิดน่านฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคิวบาขณะนั้นกล่าวว่า กองทัพคิวบาดำเนินการภายใต้ “คำสั่งให้ยิงเครื่องบินที่รุกล้ำดินแดนคิวบา และยืนยันว่าราอูล คาสโตรไม่ได้สั่งการโจมตีด้วยตนเอง

 

ราอูล คาสโตร คือใคร?

 

ราอูล คาสโตร เกิดในปี 1931 มีบทบาทสำคัญเคียงข้างฟิเดล คาสโตร พี่ชายของเขา ในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของฟุลเกนซิโอ บาติสต้า ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

 

เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของคิวบาตั้งแต่ปี 1959 จนถึงปี 2008 ทำให้เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก และยังเป็นสมาชิกของโปลิตบูโรที่มีอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาตั้งแต่ปี 1965 จนถึงปี 2021

 

ปัจจุบัน คาสโตร วัย 94 ปี ยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘ผู้นำการปฏิวัติคิวบา’ ที่ยังมีชีวิตอยู่

 

โดยเขาได้สละบทบาทในรัฐบาลและพรรคการเมืองแล้ว แต่ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2008-2018 เขาและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ได้เป็นผู้นำในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและฮาวานาดีขึ้นชั่วคราว

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สำคัญอย่างไร?

 

การตั้งข้อหาราอูล คาสโตร สะท้อนถึงการดำเนินคดีอาญาของรัฐบาลทรัมป์ ต่อผู้นำต่างชาติ เช่น มาดูโร

 

ในปี 2020 ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ตั้งข้อหามาดูโรในข้อหาก่อการร้ายยาเสพติดและค้ายาเสพติด และหลังจากที่ได้ส่งกองกำลังทหารเข้าโจมตีการากัสเมื่อวันที่ 3 มกราคม และลักพาตัวมาดูโร ก็ได้ปรับแก้คำฟ้อง ว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่จำเป็นเพื่อนำตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลามาลงโทษ ซึ่งปัจจุบันมาดูโร ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในนิวยอร์ก และปฏิเสธทั้งข้อหาค้ายาเสพติดและครอบครองอาวุธ

 

ทรัมป์กล่าวหาว่ารัฐบาลคิวบาทุจริตซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเตือนฮาวานาว่า “คิวบาจะเป็นรายต่อไป” หลังจากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านและเวเนซุเอลา

 

ดังนั้น การฟ้องร้องในวันพุธจึงยิ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ในหมู่นักวิจารณ์ว่า ทรัมป์อาจกำลังวางแผนปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกันเพื่อโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบา

 

อย่างไรก็ตาม ฮาเวียร์ ฟาร์เจ นักข่าวและนักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการละตินอเมริกา มองว่ากลยุทธ์ของวอชิงตันนั้นเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า โดยชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ โค่นล้มมาดูโรได้ แต่รัฐบาลของเขายังคงอยู่เกือบสมบูรณ์ และคำพูดที่แข็งกร้าวของทรัมป์นั้น อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจรจาเพื่อบีบให้รัฐบาลคิวบายอมอ่อนข้อ

 

ภาพ : REUTERS/Norlys Perez/File Photo

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising