วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วันมูฮัมหมัดนอร์ มาทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ เมะดี ซาเระ อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เข้าพบ
ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น วันมูฮัมหมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ทางอุปทูตได้เข้ามาขอบคุณทั้งตนและผู้นำของไทย ที่ได้แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียผู้นำสูงสุดของประเทศอิหร่านที่ผ่านมา รวมถึงขอบคุณประเทศไทยที่ยังคงเป็นมิตรที่ดี และให้กำลังใจกับอิหร่านในช่วงที่เผชิญปัญหาสงคราม
วันมูฮัมหมัดนอร์ยังย้ำกับอุปทูตอิหร่านว่า ไทยมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องความเป็นกลาง ไม่สนับสนุนการรุกราน และปฏิบัติตามพันธกรณี กฎกติกา มติขององค์กรระหว่างประเทศและสหประชาชาติ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ยืนยันในแนวทางเดียวกัน พร้อมหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับคู่ขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็ว เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคู่ขัดแย้ง แต่ยังสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและราคาพลังงาน
นอกจากนี้ ตนได้หารือกับอุปทูตว่า ขณะนี้ยังมีเรือสินค้าของไทยอีก 2 ลำ ที่ยังไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ตนขอความช่วยเหลือจากอิหร่านในการอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าไทยสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้โดยเร็ว ซึ่งทางอุปทูตอิหร่านระบุว่า ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากไทยไม่ได้เป็นประเทศคู่ขัดแย้ง และพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้กลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็ว
ส่วนการพบกันครั้งนี้ ไม่ได้มีความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจมองว่าไทยเอนเอียงหรือไม่ วันมูฮัมหมัดนอร์ ยืนยันว่า ประเทศไทยสนับสนุนนโยบายที่มุ่งรักษาสันติภาพของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่สนับสนุนให้เกิดสงคราม เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด พร้อมยืนยันจุดยืนความเป็นกลาง และการปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อนานาชาติและองค์การระหว่างประเทศ อีกทั้งไทยกับอิหร่านยังมีความสัมพันธ์กันมายาวนานหลายร้อยปี
เมื่อถามว่า ทางอุปทูตอิหร่านได้ชี้แจงสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ วันมูฮัมหมัดนอร์กล่าวว่า ขณะนี้การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก และหวังว่าจะมีการลงนามข้อตกลงเกิดขึ้น แม้ยังไม่ทราบกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากกระบวนการยังไม่สิ้นสุด แต่เชื่อว่าน่าจะมีข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย
พร้อมระบุว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และในเร็ว ๆ นี้ ประธานสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายในการเจรจาต่าง ๆ ก็จะเดินทางเยือนจีนเช่นกัน จึงมองว่าทุกอย่างมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดี พร้อมหวังว่าวิกฤตด้านพลังงานและเศรษฐกิจจะคลี่คลายโดยเร็ว
เมื่อถามถึงการขยายความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศไทย วันมูฮัมหมัดนอร์กล่าวว่า อิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงด้านพลังงาน เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้าที่สำคัญ และไทยยังส่งออกข้าวไปยังอิหร่านในปริมาณมาก โดยยืนยันว่าอิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือทุกประการกับประเทศไทย รวมถึงด้านพลังงาน ซึ่งจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา


