×

ถอดสูตร EV ฟินแลนด์ สู่สถานีชาร์จไทย ‘เคมพาวเวอร์’ ลุยรุก DC Fast Charging ในไทย ชี้ตลาดโตเร็วไม่พอ ‘คุณภาพ’ คือเกมตัดสิน

18.05.2026
  • LOADING...
ภาพสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC Fast Charging ของ เคมพาวเวอร์ ในประเทศไทย

เคมพาวเวอร์ (Kempower) ผู้เชี่ยวชาญระบบชาร์จเร็วจากประเทศฟินแลนด์ เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทย ชี้อนาคตอุตสาหกรรม EV ไม่ได้แข่งขันกันที่ ‘ความเร็วในการชาร์จ’ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับสู่ระบบที่ ‘พร้อมใช้งานและเชื่อถือได้’ พร้อมรุกโซลูชัน DC Fast Charging แบบ Modular รับดีมานด์ตลาด EV ไทย

 

 
 

แรงหนุนนโยบายไทยตั้งเป้าสถานี DC Fast Charging 1.2 หมื่นแห่ง

 

จากแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “30@30” ที่ตั้งเป้าให้ประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 พร้อมตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charging ให้ได้ 12,000 จุดทั่วประเทศ

 

ประกอบกับ ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีระบุว่า ตลาด EV ไทยยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยในเดือนมกราคม 2569 มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ใหม่จำนวน 45,668 คัน เพิ่มขึ้น 210.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ขณะที่ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยอดจดทะเบียน BEV สะสมในประเทศไทยทะลุ 400,000 คัน และคาดว่ายอดขายรถยนต์นั่ง EV ต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 125,000 คัน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อการใช้งาน EV ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับ ‘คุณภาพ’ ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนสถานีแต่รวมถึงประสิทธิภาพการใช้งาน ความพร้อมในการให้บริการ และความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

 

คาร์โล เชคคี ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดใหม่ ของ เคมพาวเวอร์ กล่าวว่า จากข้อมูลข้างต้น บวกกับภาพรวมประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาด EV ที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังก้าวจากช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศ EV ในระดับใหญ่ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เป็นโอกาสใหม่ของเคมพาวเวอร์

 

“เมื่ออุตสาหกรรมเริ่มเติบโตเต็มรูปแบบ สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเร่งติดตั้งสถานีชาร์จให้มากที่สุดแต่คือการทำให้เครือข่ายการชาร์จมีความเสถียร รองรับการขยายตัวในอนาคต และออกแบบโดยคำนึงถึงพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้คนใช้รถ รวมถึงความสามารถในการสร้างคืนทุนทางธุรกิจที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการ”

 

ทั้งนี้ แม้โครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ของไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมยังสะท้อนถึงความท้าทายหลายด้าน ทั้งการกระจายสถานีชาร์จนอกเมืองใหญ่ที่ยังไม่ทั่วถึง การใช้งานสถานีที่ไม่สมดุล การเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียนที่ยังมีข้อจำกัด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งไฟฟ้าภาคโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

 

ขณะที่การลงทุนเริ่มต้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่เคมพาวเวอร์ มองว่า ตัวกำหนดความสามารถในการทำกำไรของผู้ให้บริการสถานีชาร์จ (Charge Point Operators: CPOs) ในระยะยาว คืออัตราการใช้งานจริงของสถานีชาร์จ

 

หลายสถานีมีประสิทธิภาพการใช้งานต่ำ ไม่ใช่เพราะความต้องการของตลาดไม่เพียงพอ แต่เกิดจากปัจจัยอย่างการเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกินความจำเป็น และประสบการณ์ใช้งานที่ไม่สม่ำเสมอ ขณะที่สถานีที่มีจำนวนหัวชาร์จมากกว่า มักมีอัตราการใช้งานที่ดีกว่า

 

ถอดโมเดล EV ฟินแลนด์ นอร์เวย์

 

หากฉายภาพถึงตลาด EV ประเทศที่พัฒนาแล้วและประสบความสำเร็จ เช่น สหภาพยุโรป (EU) ประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ สะท้อนว่า พฤติกรรมของผู้ใช้งานรถ EV ในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเร็วในการชาร์จเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความพร้อมใช้งาน ความสะดวก และความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ ผู้ขับขี่ต้องการความมั่นใจว่าสถานีชาร์จสามารถใช้งานได้จริง มีหัวชาร์จพร้อมให้บริการ ลดระยะเวลารอคอย และใช้งานที่ราบรื่นต่อเนื่องตลอดการเดินทาง

 

จึงเป็นที่มาของเคมพาวเวอร์ ออกแบบโซลูชัน DC Fast Charging แบบ Modular เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสถานี ลดDowntime และขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพตามการเติบโตของตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุน (CAPEX) และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้เร็วขึ้น

 

ล่าสุด เคมพาวเวอร์ยังได้เปิดตัว “Mega Satellite Flex” โซลูชันชาร์จรุ่นใหม่ ภายในงาน Advanced Clean Transportation (ACT) Expo ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งรถยนต์ระบบ Combined Charging System (CCS) และระบบ Megawatt Charging System (MCS) สำหรับรถขนส่งและโลจิสติกส์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสถานีและสร้าง ROI ได้ตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Megawatt Charging ในอนาคต

 

โดยโซลูชันดังกล่าวเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำระดับโลกของเคมพาวเวอร์ ในด้านระบบ DC Fast Charging

 

สำหรับแผนการลงทุนในไทย เชคคี ระบุว่า จะเดินหน้ารุกตลาดในไทยภายในปีนี้ โดยบริษัทจะไม่จำหน่ายเพียงแค่ตู้ชาร์จที่มีราคาตายตัว แต่เน้นการนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ประเภทรถ และกำลังไฟที่มีในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับผลกำไรสูงสุด

 

กรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างสถานีบริการน้ำมันบางจากที่ลงทุนซื้อระบบไปติดตั้งและมีการอัปเกรดกำลังไฟจาก 300 kW เป็น 400 kW เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น จนสามารถสร้างระยะเวลาคืนทุนได้รวดเร็ว 18 เดือนเท่านั้น

 

“เราวางแผนเริ่มต้นจากกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมก่อนจะขยายไปกลุ่มรถบรรทุกและรถขนส่งไฟฟ้า เพราะระบบของเคมพาวเวอร์มีลักษณะเป็นโมดูลาร์ ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ทั่วไปจนถึงเรือเฟอร์รี่ไฟฟ้าดังเช่นที่ทำในสิงคโปร์และมาเลเซีย“

 

ภายใต้จุดเด่นทางเทคนิค ประสิทธิภาพการแปลงไฟที่สูงถึง 97% และระบบการจัดสรรพลังงานแบบไดนามิกที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็นและยังมีความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานทางเลือก อย่างพลังงานหมุนเวียน โซลาร์เซลล์ หรือแบตเตอรี่สำรองเพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าไม่เสถียร

 

เชคคี ทิ้งท้ายว่า บริษัทมั่นใจถึงศักยภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย

 

“อย่างไรก็ตาม มุมมองนโยบายภาครัฐของไทยขณะนี้นั้น บริษัทพร้อมลงทุนกับพาร์ตเนอร์ในไทย แต่รัฐควรปรับลดขั้นตอนการอนุมัติขอใช้ไฟฟ้าให้เร็วยิ่งขึ้น เพราะความเร็วในการเตรียมความพร้อมด้านไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสถานีชาร์จเติบโตและขับเคลื่อนระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้ายั่งยืน” เชคคี กล่าว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories