×

ผ่าดีลแสนล้าน! หลัง ‘ทรัมป์’ เยือนจีนในรอบเกือบ 10 ปี จับมือ ‘สี จิ้นผิง’ ดีลสั่งซื้อ ‘Boeing-สินค้าเกษตร’ พร้อมตั้งบอร์ดการค้าร่วม

18.05.2026
  • LOADING...
โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน จับมือกันหลังบรรลุข้อตกลงการค้าและตั้งบอร์ดการค้าร่วม

นับเป็นเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษ หรือตั้งแต่ปี 2017 ที่โลกไม่ได้เห็นภาพประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง พร้อมนำทัพผู้บริหารระดับท็อป 17 ราย ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดรวมกันสูงถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าหารือกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

 

ภาพการจับมือและรอยยิ้มระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจของโลก ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ทางการทูต แต่เบื้องหลังการเจรจาตลอด 2 วันเต็ม ได้ก่อให้เกิดข้อตกลงและดีลขนาดใหญ่ (Mega Deal) ที่เป็นรูปธรรมหลายด้าน ซึ่งทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกแถลงการณ์ยืนยันถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ (Constructive Strategic Stability) บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและต่างตอบแทน

 

ตั้งบอร์ดการค้าและการลงทุน สหรัฐฯ-จีน

 

ความสำเร็จที่เป็นรากฐานสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการที่ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องให้จัดตั้งสถาบันใหม่ 2 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ-จีน (U.S.-China Board of Trade) ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารจัดการการค้าทวิภาคีในกลุ่มสินค้าที่ไม่ละเอียดอ่อน และคณะกรรมการการลงทุนสหรัฐฯ-จีน (U.S.-China Board of Investment) ซึ่งจะเป็นเวทีระดับรัฐบาลในการหารือประเด็นที่เกี่ยวกับการลงทุนโดยเฉพาะ

 

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า คณะกรรมการการค้าอาจนำไปสู่การยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคระดับล่างที่สหรัฐฯ ไม่มีความตั้งใจที่จะดึงฐานการผลิตกลับมาในประเทศ ขณะที่ฝั่งจีนก็ส่งสัญญาณพร้อมที่จะลดภาษีแบบต่างตอบแทนเช่นเดียวกัน

 

เปิดโผเมกะดีล อุตสาหกรรมการบิน เกษตร และแร่หายาก

 

การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ ทรัมป์ยังสามารถบรรลุข้อตกลงที่สำคัญอื่นๆ เพิ่มเติม โดยครอบคลุมทั้งดีลระดับรัฐบาลและเอกชน ประกอบด้วย

 

อุตสาหกรรมการบิน โดยจีนอนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ Boeing ลอตแรกจำนวน 200 ลำ ซึ่งถือเป็นคำสั่งซื้อเครื่องบินอเมริกันครั้งแรกของจีนนับตั้งแต่ปี 2017 และมีโอกาสขยายคำสั่งซื้อได้สูงสุดถึง 750 ลำหากตรงตามเงื่อนไข ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็รับประกันการจัดหาเครื่องยนต์เจ็ต รวมถึงเครื่องยนต์จาก GE Aerospace ถึง 450 เครื่อง และส่วนประกอบอากาศยานให้กับจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตเครื่องบินโดยสารของจีนที่ยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างชาติ

 

สินค้าเกษตร จีนตกลงที่จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราว 5.6 แสนล้านบาท ไปจนถึงปี 2028 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาจากข้อตกลงการซื้อถั่วเหลืองที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2025 นอกจากนี้ จีนยังฟื้นฟูการเข้าถึงตลาดเนื้อวัวสหรัฐฯ โดยการต่ออายุรายชื่อโรงงานเนื้อวัวของสหรัฐฯ กว่า 400 แห่งที่หมดอายุไปแล้ว และเพิ่มรายชื่อโรงงานใหม่ๆ จีนจะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เพื่อยกเลิกการระงับโรงงานเนื้อวัวของสหรัฐฯ ทั้งหมด รวมทั้งกลับมานำเข้าสัตว์ปีกจากรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ ที่ได้รับการประเมินจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) แล้วว่าปลอดจากโรคไข้หวัดนกชนิดก่อโรคระบาดรุนแรง

 

ปลดล็อกวิกฤตแร่หายาก (Rare Earths) โดยจีนรับปากที่จะจัดการกับข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการขาดแคลนห่วงโซ่อุปทานแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เช่น อิตเทรียม สแกนเดียม นีโอดิเมียม และอินเดียม รวมถึงจะพิจารณายกเลิกข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการขายอุปกรณ์และเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปแร่หายาก

 

ในการเดินทางครั้งนี้ ทรัมป์ได้นำแม่ทัพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ 17 รายร่วมขบวนไปด้วย เพื่อเป็นตัวแทนในการเจรจาขยายการเข้าถึงตลาดจีน นำโดย ทิม คุก จาก Apple, อีลอน มัสก์ จาก Tesla/SpaceX, เจนเซน หวง จาก Nvidia, แลร์รี ฟิงก์ จาก BlackRock, ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก จาก Meta, เคลลี ออร์ตเบิร์ก จาก Boeing, ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ จาก Visa, สตีเฟน ชวาร์ซแมน จาก Blackstone, ไบรอัน ไซก์ส จาก Cargill, เจน เฟรเซอร์ จาก Citi, จิม แอนเดอร์สัน จาก Coherent, เฮนรี ลอว์เรนซ์ คัลป์ จาก GE Aerospace, เดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs, จาคอบ เธย์เซน จาก Illumina, ไมเคิล มีบาค จาก Mastercard รวมถึง ซานเจย์ เมห์โรทรา ซีอีโอ Micron Technology บริษัทที่เคยถูกทางการจีนแบนชิปก่อนหน้านี้

 

สี จิ้นผิง ได้กล่าวกับบรรดาซีอีโอว่า ประตูของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้น และองค์กรของอเมริกาจะมีอนาคตที่กว้างไกลในตลาดจีน ขณะที่ อีลอน มัสก์ และ เจนเซน หวง ต่างกล่าวชื่นชมว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมและสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก

 

ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หมดไป ท่ามกลางดีลการค้า

 

แม้วาระหลักคือเรื่องเศรษฐกิจ แต่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงสถานการณ์สงครามในอิหร่าน โดยเห็นพ้องว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดกว้างเพื่อให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างเสรี โดยจีนแสดงความสนใจที่จะซื้อน้ำมันจากอเมริกามากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันที่ต้องผ่านช่องแคบดังกล่าว นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำเป้าหมายร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องไต้หวันยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหว สี จิ้นผิง เตือนทรัมป์อย่างตรงไปตรงมาว่า ไต้หวันคือประเด็นที่สำคัญที่สุด หากจัดการผิดพลาด สองประเทศอาจปะทะกันและทำให้ความสัมพันธ์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งทรัมป์เองก็มีท่าทีสงวนท่าทีต่อกรณีการอนุมัติขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ให้ไต้หวันที่สภาคองเกรสเพิ่งไฟเขียวไป

 

ทรัมป์ได้เชิญ สี จิ้นผิง ไปเยือนทำเนียบขาว ณ กรุงวอชิงตันในเดือนกันยายนนี้ และยืนยันว่าทั้งสองประเทศจะให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันในการจัดงาน G20 และ APEC ในปีนี้

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อย่าง เจคอบ ชาปิโร จาก The Bespoke Group มองว่า นี่เป็นเพียงการบริหารจัดการปัญหา มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ขณะที่ โมน่า พอลเซน นักกฎหมายการค้าจาก London School of Economics เตือนว่า เรายังต้องจับตาดูต่อไปว่าข้อตกลงที่สวยหรูเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริง หรือเป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการทูตเพื่อซื้อเวลาในยุคที่สงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจยังคงดำเนินต่อไป

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories