วันนี้ (15 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่ โยชน์ สายน้อย ราษฎรที่สูญหายภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 25 เมษายน 69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และนำไปควบคุมภายในเรือนจำ จังหวัดอุดรมีชัย นั้น
พล.ต. วินธัยระบุว่า ตั้งแต่รับทราบข้อมูล กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกการประสานงานในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือราษฎรไทยรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งวานนี้ (14 พฤษภาคม 69) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับการประสานจาก พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)
ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ว่าหลังได้รับการประสานจากกองทัพภาคที่ 2 ทางภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จังหวัดอุดรมีชัย และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในเรื่องการติดตามและให้ความช่วยเหลือราษฎรไทย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้อนุมัติให้ส่งตัวราษฎรรายดังกล่าวกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้ว ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา
ล่าสุดในวันนี้ (15 พฤษภาคม 69) เวลาประมาณ 10.30 น. กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้รับตัวนายโยชน์กลับสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พล.ต. กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการส่งราษฎรไทยกลับสู่ประเทศ
สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสำคัญของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับต่างๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกองทัพบกให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก


