×

ทรัมป์เยือนจีนรอบทศวรรษ พร้อม 17 ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่เจรจา สี จิ้นผิง ต่อสายด่วนดึง ‘เจนเซน หวง’ ขึ้น Air Force One หวังเปิดตลาด-แก้ปมชิป

13.05.2026
  • LOADING...
โดนัลด์ ทรัมป์ โบกมือขณะกำลังขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีของผู้นำสหรัฐฯ โดยมีกำหนดการเข้าพบ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์

 

ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้คือ การยกทัพผู้บริหารระดับสูงจากวงการเทคโนโลยีและธุรกิจชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมคณะเดินทางไปด้วย ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่คุกรุ่นระหว่างสองมหาอำนาจ

 

คณะผู้แทนระดับสูงชุดนี้ประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับท็อปรวม 17 ราย ที่เป็นตัวแทนสะท้อนผลประโยชน์ทางธุรกิจของสหรัฐฯ ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย ฮาร์ดแวร์ เซมิคอนดักเตอร์ การเงิน ไปจนถึงภาคการผลิต นำทัพโดยบุคคลสำคัญอย่าง ทิม คุก ซีอีโอ Apple, อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla และ SpaceX และ แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอ BlackRock

 

นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อผู้บริหารระดับท็อปจากหลากหลายแวดวงร่วมขบวนไปด้วย ได้แก่ ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก ประธานและรองประธาน Meta, เคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอ Boeing, ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ ซีอีโอ Visa, สตีเฟน ชวาร์ซแมน ซีอีโอ Blackstone, ไบรอัน ไซก์ส ประธานและซีอีโอ Cargill, เจน เฟรเซอร์ ซีอีโอ Citi, จิม แอนเดอร์สัน ซีอีโอ Coherent, เฮนรี ลอว์เรนซ์ คัลป์ ซีอีโอ GE Aerospace, เดวิด โซโลมอน ซีอีโอ Goldman Sachs, จาคอบ เธย์เซน ซีอีโอ Illumina รวมถึง ไมเคิล มีบาค ประธาน Mastercard

 

ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการร่วมเดินทางของ ซานเจย์ เมห์โรทรา ซีอีโอ Micron Technology ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งเคยสั่งระงับการใช้ชิปบางส่วนของ Micron ในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเมื่อปี 2023 ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ซึ่งบริษัทเคยยอมรับว่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจในจีน ขณะที่ ชัค ร็อบบินส์ ซีอีโอ Cisco ได้รับคำเชิญเช่นกัน แต่โฆษกบริษัทระบุว่าไม่สามารถร่วมเดินทางได้เนื่องจากติดภารกิจการรายงานผลประกอบการ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุดในทริปนี้คือ การปรากฏตัวแบบพลิกโผของ เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ที่เดิมทีไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อคณะผู้แทนเบื้องต้นที่ทำเนียบขาวเปิดเผยออกมา แต่กลับมีภาพของเขาเดินขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ขณะแวะเติมน้ำมันที่แองเคอเรจ รัฐอะแลสกา

 

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า ทรัมป์ตัดสินใจต่อสายตรงหาหวงในนาทีสุดท้ายเพื่อชวนร่วมทริป หลังเห็นรายงานข่าวจากสื่อว่าซีอีโอ Nvidia ไม่ได้รับเชิญ

 

ต่อมา ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ยืนยันว่า หวงอยู่บนเครื่องบินจริง พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเขาไม่ได้เชิญหวงตั้งแต่แรก ด้านโฆษกของ Nvidia ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า หวงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้ตามคำเชิญของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อสนับสนุนสหรัฐฯ และเป้าหมายของรัฐบาล

 

วาระสำคัญของการประชุมสุดยอดครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้จีนเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ โดยทรัมป์ระบุชัดเจนว่าคำขอแรกที่เขาจะแจ้งต่อ สี จิ้นผิง คือการ “เปิดประเทศจีน” เพื่อให้กลุ่มผู้บริหารชั้นนำเหล่านี้สามารถเข้าไปสร้างสรรค์ผลงานและช่วยยกระดับจีนให้ก้าวไปอีกขั้น บริษัทสหรัฐฯ หลายแห่งที่ร่วมเดินทางต่างเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบและการเข้าถึงตลาดในจีน พวกเขาจึงมองว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นช่องทางทางการเมืองที่อาจช่วยเร่งรัดการหารือด้านกฎระเบียบที่กำลังดำเนินอยู่ให้ราบรื่นขึ้น

 

นอกจากนี้ ประเด็นชิปเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ การดึงตัวหวงร่วมคณะแบบกะทันหัน ส่งสัญญาณว่าปัญหาการส่งออกชิป AI รุ่นล้ำสมัยอย่าง H200 ของ Nvidia อาจเป็นหนึ่งในวาระหลักบนโต๊ะเจรจา หลังจากที่ผ่านมาการส่งมอบชิปดังกล่าวต้องหยุดชะงักเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องเงื่อนไขการขายจากทั้งฝั่งจีนและสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลของสหรัฐฯ ที่กลัวว่าจีนจะนำเทคโนโลยีนี้ไปเสริมศักยภาพทางการทหาร

 

ขณะที่จีนเองก็กำลังเร่งพัฒนาชิปและโมเดล AI ของตนเองอย่าง DeepSeek เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia คาร์ลอส กูเตียร์เรซ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า แม้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการควบคุมการส่งออกจะยังอยู่ห่างไกล แต่การที่หวงได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนก็ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกและมีความสำคัญอย่างยิ่ง

 

นอกเหนือจากมิติด้านเทคโนโลยีและการเข้าถึงตลาด การเยือนครั้งนี้ยังเป็นบททดสอบสำคัญของข้อตกลงสงบศึกทางการค้าที่เปราะบางระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีการระงับการเก็บภาษีศุลกากรกันไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์สงครามในอิหร่านระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เงาที่ทอดทับการประชุมครั้งนี้ คาดการณ์ว่าทรัมป์จะใช้โอกาสนี้โน้มน้าวและกดดันจีน ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำมันราคาถูกจากอิหร่าน ให้ช่วยเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม แม้ว่าจีนจะมีคลังน้ำมันสำรองมหาศาลที่ช่วยให้รับมือกับวิกฤตพลังงานได้ดีกว่าชาติอื่นๆ แต่จีนเองก็ต้องการให้ความขัดแย้งสิ้นสุดลงเช่นกัน เนื่องจากภาวะสงครามได้จำกัดอุปทานน้ำมันและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่นำเข้าสินค้าจากจีน

 

อ้างอิง:

 

ภาพ: Alex Wong / Staff

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories