×

จีนยืนยัน ‘อนุทิน’ เยือนจีน 16-20 ก.ค. พบ สีจิ้นผิง ร่วมประชุม AI โลก

13.07.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

สถานทูตจีนประจำประเทศไทยยืนยันว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน พร้อมเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (World AI Conference 2026: WAIC) และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก

 

วันนี้ (13 กรกฎาคม) Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความบน Facebook โดยยืนยันว่า อนุทินจะเยือนจีนวันที่ 16-20 กรกฎาคม โดยระหว่างการเยือนครั้งนี้ นายกฯ ไทย จะพบกับ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน รวมถึง หลี่ เฉียง นายกฯ จีน และ จ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า นี่เป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของอนุทินนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ และสะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

 

ฝ่ายจีนยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี พร้อมระบุถึงวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2025 โดยผู้นำของทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกันในการผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนกับไทย เพื่อเปิดศักราชใหม่ของ 50 ปีทองในความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ

 

จีนระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งการค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล การบินและอวกาศ วิทยาศาสตร์ การศึกษา วัฒนธรรม และสาธารณสุข

 

นอกจากนี้ จีนยังแสดงความคาดหวังว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วยสืบสานมิตรภาพ กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในทุกมิติ ผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยให้เกิดความคืบหน้า สนับสนุนการพัฒนาสู่ความทันสมัยของทั้งสองประเทศ และร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

 

อนึ่ง การเยือนจีนของอนุทินครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเคลื่อนไหวของภาคประชาชน หลังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวจัดการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจีนรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ในเมียนมา

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD, Maxim Shemetov / Reuters

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising