เมื่อพูดถึงตลาดการบริโภคของจีนในปัจจุบัน นอกจากจำนวนประชากรมนุษย์ 1,400 ล้านคนแล้ว เรายังต้องนับรวมถึงประชากรสุนัขและแมวอีกประมาณ 126 ล้านตัว ที่คาดว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็นสำคัญ
สมุดปกขาวว่าด้วยอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของจีนในปี 2025 ระบุว่าในปี 2024 เป็นปีแรกที่จํานวนสัตว์เลี้ยงในจีนมีมากกว่าจํานวนเด็กเกิดใหม่และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ขวบ และคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 จํานวนสัตว์เลี้ยงในจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของจำนวนทารกแรกเกิดและเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ขวบในจีน
รายงานอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของจีนระบุว่าเมื่อปีที่แล้ว (2025) ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนเติบโตถึง 312,600 ล้านหยวน (1.437 ล้านล้านบาท) และคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า (2028) จะเติบโตถึง 405,000 ล้านหยวน (1.863 ล้านล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการบริโภคอันมหาศาลของตลาดสัตว์เลี้ยงในจีน
เทรนด์ “Pet Parents” (宠物家长) เมื่อคนจีนเลี้ยงสุนัขและแมวเป็นลูก
จากอดีตที่การเลี้ยงสุนัขและแมวในจีนคือการให้อาหารในบ้านและดูแลกันตามอัตภาพ กลายเป็นการเลี้ยงดูแบบเป็น “สมาชิกในครอบครัว” ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ตลาดด้านอาหารและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในจีนเติบโตอย่างมาก ยังครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับวงจรสัตว์เลี้ยงทั้งหมด เช่น ด้านแฟชั่นที่แบรนด์ดังอย่าง Adidas ก็เข้ามาเล่นในตลาดแฟชั่นเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงของจีน หรือในภาคบริการที่จากเดิมมีแค่การอาบน้ำตัดขนหรือรักษาโรคทั่วไป แต่ปัจจุบันในจีนยังมีอาชีพที่เกี่ยวข้องและสามารถสร้างรายได้จากบรรดาสัตว์เลี้ยงเช่น นักสืบตามหาสัตว์เลี้ยง โรงเรียนอนุบาลสัตว์เลี้ยง ทนายความสัตว์เลี้ยง รวมถึงอาชีพรับเลี้ยงสัตว์ตามบ้าน
ในปี 2025 ตลาดบริการรับฝากสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนสร้างรายได้กว่า 4 ล้านล้านบาทและคาดว่าภายในปี 2030 จะสูงถึงกว่า 8 ล้านล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 15.7% (ตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2030) โดยสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้มากที่สุด ในขณะที่แมวเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทที่ทำกำไรได้มากที่สุดและมีการเติบโตเร็วที่สุดในช่วงระยะเวลาคาดการณ์
พาสุนัขเดินเล่น ให้อาหารแมวตามบ้าน (宠物上门服务) โอกาสการสร้างรายได้ใหม่ในจีน
ข่าวของหนุ่มชาวจีนและทีมงานจำนวน 4 คน ที่สามารถสร้างรายได้จากการให้อาหารแมวตามบ้านได้ถึง 1.6 แสนหยวน (หรือประมาณ 7.5 แสนบาท) ภายในเวลาเพียง 20 วันในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือ หญิงสาวชาวจีนที่ออกมาเปิดเผยว่าเธอสามารถสร้างรายได้ 1.5 หมื่นหยวน (เกือบ 7 หมื่นบาท) จากการให้อาหารแมวตามบ้านเฉลี่ยวันละ 20 หลังในช่วงเดียวกัน ทำให้เกิดเป็นประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนว่า “หรือนี่จะเป็นโอกาสใหม่ในการหารายได้ในจีน” เพราะตัวเลขรายได้ที่ถูกเปิดเผยนั้นมากกว่าเงินเดือนขั้นต่ำของบัณฑิตจบใหม่หรือแม้กระทั่งค่าแรงขั้นต่ำในประเทศจีน
การรับจ้างให้อาหารแมวตามบ้านหรือการพาสุนัขเดินเล่นไม่ใช่ธุรกิจหรืออาชีพใหม่ในจีนเพียงแต่ในอดีตไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ปัจจุบันด้วยจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มมากขึ้นความต้องการคนดูแลก็เพิ่มตามโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดทำให้อาชีพนี้กลายเป็นธุรกิจที่คนมองเห็นศักยภาพในการสร้างรายได้
ในจีนเราสามารถหาคนดูแลสัตว์เลี้ยงตามบ้าน (Pet sitters) หรือ 宠物上门服务 ได้จากทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น Wechat mini program, กลุ่มคนที่รับงาน หรือในช่องทางออฟไลน์ เช่น ร้านรับจ้างอาบน้ำตัดขน หรือการบอกปากต่อปาก ราคาเริ่มต้นของการรับงานจะอยู่ที่ครั้งละ 58 หยวนไปจนถึง 70 หยวน (266-322 บาท) ขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางโดยจะใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อครั้ง หน้าที่หลักๆ ก็คือ การให้อาหาร เปลี่ยนน้ำดื่ม ทำความสะอาดห้องน้ำแมว เช็คประตูหน้าต่างว่าปิดสนิทหรือไม่ ถ้าเป็นสุนัขและต้องการให้พาเดินเล่นก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในระหว่างการทำงานจะมีการถ่ายวิดีโอและส่งรายงานสถานะของสัตว์เลี้ยงให้กับเจ้าของ และถ้าต้องการบริการพิเศษ เช่น การล้างกะบะทรายจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 40 หยวน (184 บาท) หรือการเล่นกับแมวก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10 นาที 10 หยวน (46 บาท) ซึ่งจะบวกเพิ่มเข้าไปจากราคาพื้นฐาน
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้บริการคนดูแลสัตว์เลี้ยงตามบ้าน มาจากราคาที่ถูกกว่าการนำสัตว์เลี้ยงไปฝากตามสถานที่รับฝาก รวมถึงบรรดาสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแมวเวลาที่อยู่บ้านจะมีความรู้สึกว่าคุ้นเคยกับสถานที่มากกว่า มีพื้นที่ให้โดยไม่ต้องขังกรงลดความเครียดจากการอยู่แปลกที่ที่อาจทำให้แมวและสุนัขป่วยได้
แม้ว่ารัฐบาลจีนจะพยายามผลักดัน “การท่องเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยง” ให้เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นการบริโภคของปีนี้ โดยนำหน่วยงานของรัฐอย่างการรถไฟจีนเข้ามาให้การสนับสนุน ขยายการให้บริการขนส่งสัตว์เลี้ยงด้วยรถไฟความเร็วสูงครอบคลุมสถานีรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ 121 แห่ง จำนวน 228 ขบวน รวมถึงการพัฒนา “กรงขนส่งสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ” เพื่อให้บรรดาเจ้าของและสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางร่วมกันได้ในช่วงวันหยุด แต่บริการคนดูแลสัตว์เลี้ยงตามบ้านก็ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมากซึ่งโดยปกติบริการนี้จะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 วัน แต่ถ้าเป็นในช่วงเทศกาลจะต้องจองล่วงหน้า 7-15 วัน
การสร้างรายได้ของธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงตามบ้านเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพสังคมจีนยุคใหม่ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวมากขึ้น ภาพของการยอมให้คนแปลกหน้าเปิดประตูเข้ามาให้อาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่าการไหว้วานเพื่อนบ้านหรือคนรอบข้างเป็นความชัดเจนว่าคนจีนรุ่นใหม่เชื่อใจและยินดีที่จะจ่ายเงินในลักษณะธุรกิจเพื่อซื้อความสะดวกสบายมากกว่าการพึ่งพาอาศัยคนใกล้ตัว แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจนี้นอกจากจะเป็นการขายบริการแล้วยังต้องมีพื้นฐานของความน่าเชื่อถือเจ้าของสัตว์เลี้ยงบางส่วนเลือกใช้บริการจากแพลตฟอร์มซึ่งสร้างความมั่นใจทั้งในเรื่องการบริการ มาตรฐาน และความปลอดภัย ในขณะที่คนรับงานเองโดยไม่ผ่านแพลตฟอร์มการรีวิวปากต่อปากก็เป็นสิ่งสำคัญและคนจีนบางส่วนก็มีความเชื่อว่าคนที่รักสัตว์จะเป็นคนดี
อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในจีนยังคงเป็นตลาดที่มีอนาคตที่สดใสและความต้องการทั้งในด้านสินค้าและบริการยังคงเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังมีกำลังและเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดกับบรรดา “ลูกๆ สี่ขา” ของพวกเขา
ภาพ: REUTERS / Tingshu Wang
อ้างอิง:
- https://www.grandviewresearch.com/horizon/outlook/pet-sitting-market/china
- https://thai.cri.cn/2025/03/24/ARTI1742791264423525
- https://www.chinadaily.com.cn/a/202604/21/WS69e6cf4fa310d6866eb448ba_3.html
- https://www.scmp.com/news/people-culture/trending-china/article/3344581/chinese-man-earns-us23000-holiday-week-through-cat-feeding-services


