วานนี้ (11 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 139/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต
การจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ดำเนินการให้สอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580), นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) และนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2568 – 2570) เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีได้กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการฯ โดยประกอบด้วยบุคคลสำคัญและผู้บริหารระดับสูง
- ประธานกรรมการ: สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ)
- รองประธานกรรมการ คนที่ 1: พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม)
- รองประธานกรรมการ คนที่ 2: ฉัตรชัย บางชวด (เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ)
- ที่ปรึกษาคณะกรรมการ: วันมูหะมัดนอร์ มะทา
นอกจากนี้ ในส่วนของ กรรมการ ได้บูรณาการผู้บริหารระดับสูงสุดจากกระทรวงและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม, ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, เลขาธิการ กอ.รมน., เลขาธิการ ศอ.บต., ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
โดยมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วย นันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. และ ภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง สมช. ร่วมเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คำสั่งฉบับนี้ได้กำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษฯ ไว้ 6 ประการหลัก
- ขับเคลื่อนการปฏิบัติ: นำยุทธศาสตร์หรือแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
- ประสานงานแบบบูรณาการ: เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างคณะรัฐมนตรี ส่วนราชการส่วนกลาง และหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลเขตตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา
- ให้ข้อเสนอแนะและประเมินผล: ให้ความเห็นและติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
- รายงานผลต่อส่วนกลาง: รายงานปัญหา อุปสรรค และเสนอแนะแนวทางแก้ไขต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือนายกรัฐมนตรี
- ตั้งคณะทำงานย่อย: มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
- ปฏิบัติภารกิจอื่น: ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้กลไกการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม


