×

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia ในฐานะผู้นำฟินเทคระดับโลก ฟินเทคในวันนี้จะต้องใช้ได้จริง? [ADVERTORIAL]

06.05.2026
  • LOADING...
3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

นับตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มใช้ Promptpay หรือที่เราเรียกกันชินปากว่า “สแกนจ่าย” ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ทำให้ประเทศมุ่งหน้าไปสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านการเงิน (Financial Technology) หรือก็เรียกสั้น ๆ ว่า ฟินเทค (Fintech) ผู้นำที่ว่าไม่ใช่แค่ระดับภูมิภาค แต่กำลังมุ่งสู่เป็นผู้นำ “ระดับโลก”

 

หมุดหมายและความพร้อมนี้ จึงไม่แปลกใจที่ Money20/20 แพลตฟอร์มศูนย์กลางสำคัญของระบบนิเวศฟินเทคระดับโลก จะเลือกปักหมุดที่ประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว และทุกปีก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้ THE STANDARD WEALTH จะมาถอดรหัสความสำเร็จของประเทศไทยและ Money20/20 ที่กลายเป็นศูนย์กลางด้านฟินเทคในเอเชีย

 

4 เหตุผลที่ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางฟินเทคที่ Money20/20 มองเห็น

 

1. การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Fintech และ Cashless Society ในไทย

 

รายงาน Prime-Time for Real-Time โดย ACI Worldwide และ GlobalData ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับโลกด้านธุรกรรมแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ซึ่งทำให้ไทยติดอันดับ 4 ของโลก (รองจากอินเดีย จีน เกาหลีใต้) ด้านปริมาณธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์หลายหมื่นล้านรายการต่อปี และอัตราการเข้าถึง Mobile Wallet ที่สูงกว่า 80%

 

2. เอเชียคืออนาคตของตลาดการเงินโลก

 

รายงาน Global Fintech 2023: Reimagining the Future of Finance โดย Boston Consulting Group (BCG) และ QED Investors ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ถูกคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นตลาดฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเติบโตเร็วกว่าสหรัฐอเมริกา โดยรายได้ของอุตสาหกรรมฟินเทคทั่วโลกจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

3. ความพร้อมของสถานที่จัดงานระดับโลก 

งานระดับ Mega-Event อย่าง Money20/20 Asia มีผู้ร่วมงานและวิทยากรระดับท็อปรวมตัวกันมากกว่า 130 คนต่อรอบงาน ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) มีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก มีพื้นที่รองรับมากกว่า 300,000 ตารางเมตร พร้อมเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยขั้นสูง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT โดยตรง ทำให้คล่องตัวในการระบายคนหลักหมื่นคน

 

4. เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับท็อป (Bleisure)

กรุงเทพมหานครได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 1 ในสาขา “เมืองท่องเที่ยวพักผ่อนที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Best Leisure City in the Asia-Pacific)” ติดต่อกันหลายปีซ้อนจากนิตยสาร Business Traveller Asia-Pacific ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การเดินทางแบบ Business และ Leisure ได้เป็นอย่างดี

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

ปี 2026 กับคอนเซปต์ From Infrastructure to Impact

 

Money 2026 ปีนี้ยกระดับงานที่กรุงเทพฯผ่านธีมหลักอย่าง การก้าวข้ามจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การสร้างผลกระทบที่ใช้งานได้จริง (Where Technology Meets Humanity) โดยเน้นการแก้ปัญหา Last-mile (เช่น การเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับ SME และกลุ่มแรงงานในเอเชีย) และการหลอมรวมกันระหว่างการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) กับการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) อย่างราบรื่น

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

งานนี้ยังมีการเปิดตัวหนังสือ The New Intersection of Money: Where TradFi and DeFi Converge โดย Scarlett Sieber ผู้บริหารระดับสูงของ Money20/20 อีกด้วย

 

3 เทรนด์ที่ยกระดับงาน Money20/20 ในปี 2026

 

นอกจากคอนเซปต์งานแล้ว ยังมีคอนเทนต์ที่ยกระดับงานปีนี้กับเรื่องเทรนด์เทคโนโลยีการเงินที่ถูกจับตามองมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่

 

  1. AI ที่คิดและตัดสินใจแทนคน (Agentic AI)

วงการฟินเทคกำลังเปลี่ยนจากแชตบอตเป็น AI Agent ที่จัดการธุรกรรมซับซ้อนได้เอง ซึ่งนำมาสู่ประเด็นการกำกับดูแล MetaComp จากสิงคโปร์จึงเปิดตัว StableX Know-Your-Agent (KYA) Framework ที่เวทีนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและความโปร่งใสของ AI ในภาคการเงิน

 

  1. Stablecoin เข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก

สินทรัพย์ดิจิทัลถูกนำมาใช้จริงในธุรกิจ โดย dLocal เปิดตัว Stablecoin Suite ให้ผู้ประกอบการกว่า 40 ประเทศในตลาดเกิดใหม่ สามารถรับ-จ่าย-แปลงเงินข้ามพรมแดนผ่าน API เดียว นอกจากนี้ ในงานยังมีการอัปเดตกฎหมาย Stablecoin จากอังกฤษและเอเชียที่เริ่มชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้จริง

 

  1. การโอนเงินข้ามพรมแดน (Cross-Border Payments) ที่ไร้รอยต่อ

การโอนเงินข้ามประเทศยังมีปัญหาต้นทุนและความล่าช้า ทำให้เกิดความร่วมมือใหม่ๆ เช่น LianLian Global และ USI Money พัฒนาระบบโอนเงินข้ามประเทศให้เร็วขึ้นและได้เรตที่ดีกว่าเดิม

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

ไฮไลต์โซนต่าง ๆ ที่มอบความรู้และการแลกเปลี่ยนความเห็นภายใน Money20/20

 

โซนสำคัญยังจัดเต็มในปีนี้กับเวทีหลักที่ได้เชิญสุดยอดสปีกเกอร์ระดับโลกมากมายมารวมไว้ที่ Money20/20 ปี 2026 ที่กรุงเทพฯ

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

  • Radiant Stage เวทีเมนสเตจที่ใหญ่ที่สุดของงาน เป็นพื้นที่สำหรับวิทยากรระดับ Keynote และผู้นำระดับ C-Suite มาบรรยายวิสัยทัศน์ใหญ่ๆ เช่น อนาคตของ AI ในภาคการเงิน และการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค
  • Inner Forum Stage เวทีขนาดรองลงมาที่เน้นความใกล้ชิด (Intimate Workshops) นำเสนออินไซต์เชิงลึก ข้อมูลเจาะลึกอุตสาหกรรม และการแชร์ประสบการณ์แบบ Unfiltered ที่ไม่ถูกนำไปเผยแพร่ที่อื่น
  • The Intersection Stage เวทีสัมมนาที่เจาะลึกเฉพาะทาง เน้นหัวข้อที่กำลังเป็นจุดตัดของเทคโนโลยี เช่น การเชื่อมโยง Digital Assets, Stablecoins, ข้ามพรมแดน (Cross-Border) และ AI

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

นอกจากนี้ ยังมีโซนพิเศษและไลฟ์สไตล์อีกมากมายให้ผู้เข้าร่วมได้เลือกสรร

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

  • MoneyPot โซนที่ผสมผสานทั้งเวทีสัมมนา (MoneyPot Stage) และพื้นที่เน็ตเวิร์กกิงเข้าด้วยกัน ไฮไลต์คือมี MoneyPot Podcast Studio สำหรับจัดรายการสัมภาษณ์สด พร้อมบาร์เครื่องดื่ม เพื่อให้การพูดคุยธุรกิจเป็นไปอย่างผ่อนคลาย
  • Policy20 โซนและเวทีเฉพาะกลุ่มสำหรับ “ผู้นำด้านนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแล” (Regulators) โดยปีนี้เน้นการพูดคุยเรื่องการกำกับดูแลเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วย AI (Intelligence-Led Governance)
  • Money by Night @ Tribe พื้นที่สำหรับกิจกรรมหลังเลิกงาน (After-party) เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สังสรรค์ ฟังเพลง และสร้างคอนเนกชันแบบไม่เป็นทางการ พร้อมชมวิวสกายไลน์ของกรุงเทพมหานคร

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

และโซนจัดแสดงและเจรจาธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia 3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

  • Money Hall พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหลักและหัวใจของงาน รวบรวมบูธสปอนเซอร์และนวัตกรรมจากบริษัทฟินเทคชั้นนำทั่วโลกมาไว้ที่นี่
  • Connections Lounge โซนที่ตั้งอยู่ภายใน Money Hall ถูกออกแบบมาเพื่อการจับคู่ธุรกิจ (Deal-making) และการประชุมเจรจาโดยเฉพาะ
  • Startup & Investor Park พื้นที่ประลองไอเดียที่รวมสตาร์ตอัปดาวรุ่ง 20 แห่ง มาพบกับนักลงทุนระดับโลก (VC) โดยโซนนี้จะมีการพิตชิงรางวัล “Golden Ticket” เข้าโครงการบ่มเพาะสตาร์ตอัประดับภูมิภาค พร้อมเงินรางวัลสนับสนุน
  • Diners Club International® Lounge เลานจ์พิเศษบริเวณทางเข้าหลัก เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับพบปะพูดคุยและสร้างคอนเนกชันกับผู้บริหารระดับสูงและเครือข่ายทางการเงินระดับโลก

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia 3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

เวที Policy20 “ผู้คุมกฎต้องเดินหมากร่วมกับ AI”

 

ถัดจากโซนจัดแสดงและเวทีเปิด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่คนในวงการจับตาคือการประชุมแบบปิดในเวที Policy20 ที่ดึงตัวผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงมาหารือกันแบบเจาะลึก ภายใต้กฎ Chatham House Rule ประเด็นหลักปีนี้คือการตั้งรับยุค AI และการเงินดิจิทัล ด้วยแนวคิด “Sovereign Intelligence” หรือการรักษาอธิปไตยด้านนโยบายของแต่ละประเทศ

 

สิ่งที่เราเห็นชัดเจนจากวงสนทนานี้คือ ท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่สวมบทบาท “ผู้บังคับใช้กฎ” ตอนนี้เริ่มขยับมาเป็น “ผู้สนับสนุน” ที่ลงมาร่วมออกแบบข้อบังคับกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่ “การกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญา (Intelligence-Led Governance)”

 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญบนเวทียังมองว่าระบบการเงินเอเชียกำลังเดินหน้าสู่ยุค “Multi-Rail Future” ซึ่งโครงข่ายแบบเก่าอย่างระบบธนาคารดั้งเดิม จะถูกนำมาทำงานเชื่อมต่อกับเงินฝากรูปแบบโทเคน (Tokenised deposits) และสเตเบิลคอยน์ อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

 

5 สตาร์ตอัปที่เตรียมพลิกโฉมวงการ

 

ในฝั่งของพื้นที่ Startup and Investor Park มีการประชันไอเดียเพื่อชิงตั๋วเข้าโครงการบ่มเพาะระดับภูมิภาค โดยปีนี้มี 5 สตาร์ตอัปที่เข้ารอบและได้ขึ้นเวทีนำเสนอผลงาน ได้แก่

 

  • Boost Capital พัฒนาระบบ VerifyIQ ที่ดึง AI มาช่วยตรวจสอบเอกสารขอสินเชื่อและคัดกรองการทุจริตได้แบบเรียลไทม์ 
  • TrustPlus AI ใช้ AI ช่วยประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อให้สถาบันการเงินตัดสินใจปล่อยสินเชื่อเชิงพาณิชย์ได้แม่นยำขึ้น 
  • Continuum พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมโยงระบบดิจิทัลกับระบบการเงินเข้าไว้ด้วยกันในชั้นเดียว 
  • Eazy Digital บริษัทอินชัวร์เทคที่เข้ามาช่วยเปลี่ยนระบบเอกสารกระดาษของธุรกิจประกันให้เป็นดิจิทัลและทำงานอัตโนมัติ 
  • zkMe (ผู้ชนะการแข่งขัน) ผู้พัฒนาโปรโตคอลยืนยันตัวตนดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized identity) ด้วยเทคโนโลยี Zero-knowledge proofs ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตน (KYC) ในโลก Web3 ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

 

ก้าวต่อไปของฟินเทคเอเชียคือต้อง “ใช้งานได้จริง”

 

รายงานฉบับใหม่ที่ Money20/20 ร่วมกับ FXC Intelligence จัดทำขึ้นและเปิดเผยในงาน แสดงให้เห็นว่าตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดนในเอเชียมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยอาจมีมูลค่าสูงถึง 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงโอกาสทางธุรกิจอันมหาศาล

 

3 ปีของกรุงเทพฯ กับ Money20/20 Asia

 

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปที่สำคัญที่สุดจากงานในปี 2026 คือนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึง ปัจจุบันอุตสาหกรรมฟินเทคจึงให้ความสำคัญกับการวัดผลความสำเร็จที่ “การใช้งานจริงอย่างมีความหมาย” (Meaningful Adoption) ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีต้องช่วยทลายกำแพง ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่สมเหตุสมผล

 

ภาพรวมที่สะท้อนจากงานนี้เป็นหลักฐานชั้นดีว่า เอเชียไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามด้านเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับระบบการเงินโลกอย่างแท้จริง

 

บทสรุปความสำเร็จของ Money20/20 Asia 2026 ตอกย้ำกรุงเทพฯ สู่ฮับฟินเทคระดับโลก

 

ความสำเร็จของ Money20/20 Asia ตลอดสามปีที่จัดขึ้นในประเทศไทยนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงขนาดของสถานที่หรือจำนวนผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนผ่านการสร้างข้อตกลงทางธุรกิจที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินได้อย่างแท้จริง 

 

แพลตฟอร์มนี้ได้สร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางที่ดึงดูดผู้นำจากธนาคารชั้นนำของโลก บริษัทเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) หน่วยงานกำกับดูแล และองค์กรชั้นนำ เพื่อมาร่วมกำหนดทิศทาง สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และเปิดประตูสู่โอกาสสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของภาคการเงิน

 

สุดท้ายนี้ Money20/20 Asia 2026 ได้ตอกย้ำหมุดหมายสำคัญว่า อนาคตของการเงินโลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนรากฐานของกฎระเบียบ ความร่วมมือระหว่างองค์กร และความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในวงกว้าง 

 

การที่กรุงเทพมหานครได้รับความไว้วางใจให้เป็นเวทีหลักสำหรับการประกาศนวัตกรรมและการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระดับโลก จึงเป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนถึงความพร้อมของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ที่จะก้าวขึ้นเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินระดับโลกในยุคถัดไป

 

รู้จัก Money20/20 ให้มากขึ้น

 

Money20/20 ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของระบบนิเวศฟินเทคระดับโลก

 

ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Money20/20 เป็นเวทีสำคัญสำหรับแนวคิดและบริษัทที่ล้ำสมัยและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้สร้างการเติบโต โดยองค์กรชั้นนำระดับโลก เช่น Mastercard, Airwallex, J.P. Morgan, SHIELD, GCash, Stripe, Google, VISA, Adyen และอีกมากมาย ได้สร้างข้อตกลงที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและยกระดับการรับรู้ในระดับสากลผ่านงานนี้

 

นอกจากนี้ งาน Money20/20 ยังดึงดูดผู้นำจากธนาคารชั้นนำของโลก บริษัทด้านการชำระเงิน บริษัทเงินร่วมลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และแพลตฟอร์มสื่อ ให้มารวมตัวกันเพื่อสร้างข้อตกลงที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และเปิดโอกาสสำคัญที่กำหนดอนาคตของภาคการเงิน

 

โดยงาน Money20/20 ในปี 2026 จะจัดขึ้นในภูมิภาคอื่น ๆ ดังนี้

 

  • ลาสเวกัส (18-21 ต.ค.)
  • อัมสเตอร์ดัม (2-4 มิ.ย)
  • ริยาด (14-16 ก.ย.)
  • กรุงเทพมหานคร (21-23 เม.ย.)

 

ติดตามข้อมูล Money20/20 ได้ที่ https://www.money2020.com/ 

 

อ้างอิงเพิ่มเติม:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising