ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TVK ของรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันศุกร์ (1 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา โดยย้ำถึงความเสียใจของกัมพูชาต่อการตัดสินใจของรัฐบาลไทยในการยกเลิก MOU 2544 หรือบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป ปี 2544 โดยอธิบายว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีความสำคัญทางการเมืองและทางกฎหมายมากกว่ากรอบทางเทคนิค
“บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่ข้อตกลงทางเทคนิคเท่านั้น เราเสียใจกับการกระทำนี้ เพราะมันมีน้ำหนักทางการเมืองอย่างมากสำหรับทั้งสองประเทศ มันแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีต่อกันและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศผ่านกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ตกลงกันไว้สำหรับการใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลโดยอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
เขายังกล่าวว่า กัมพูชาเสียใจเนื่องจากการสูญเสีย MOU 2544 นั้นส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และชี้ว่า MOU 2544 สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการกำหนดเขตแดนทางทะเลในอนาคต และมีส่วนช่วยในการส่งเสริมความร่วมมือและความปรองดองระหว่างสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาเน้นย้ำว่า “กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเคารพและปฏิบัติตาม MOU 2544 ทั้งในแง่ของตัวบทและเจตนารมณ์”
ขณะที่เขากล่าวว่า การการที่ไทยละทิ้ง MOU ฉบับนี้ จะเทียบเท่ากับการที่ไทยละทิ้งกลไกหรือข้อตกลงทวิภาคีที่มีร่วมกันในการแก้ไขข้อพิพาทในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล และยืนยันว่าหากไม่มี MOU 2544 กัมพูชาจะแสวงหาหนทางอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ
“นี่เป็นกลไกที่เราใช้ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา หากกรอบทวิภาคีนี้สูญหายไป กัมพูชาจะยังคงแสวงหาทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติโดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป”


