×

Reality Labs ของ Meta เลือดยังไหลไม่หยุด ขาดทุนไตรมาส 1/2026 กว่า 1.32 แสนล้านบาท ฝัน Metaverse ค่อยๆ จางลง ท่ามกลางคลื่น AI

30.04.2026
  • LOADING...
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Meta นำเสนอข้อมูลผลประกอบการของ Reality Labs ที่ขาดทุนมหาศาล และอนาคตของ Metaverse ที่กำลังจางหายไป

ขณะที่ Meta ทุ่มเงินมหาศาลให้กับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความพยายามด้าน Metaverse ของบริษัทกลับยังคงขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

 

 
 

รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 เผยให้เห็นว่า Reality Labs หน่วยธุรกิจที่ดูแลด้านนี้ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.32 แสนล้านบาท) ขณะที่มีรายได้เพียง 402 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.31 หมื่นล้านบาท) ลดลง 2.4% จากปีก่อน

 

Reality Labs เป็นหน่วยธุรกิจของ Meta ที่พัฒนาเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) Augmented Reality (AR) และอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2020 และตลอด 21 ไตรมาสที่ผ่านมา ขาดทุนสะสมไปแล้วถึง 8.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.72 ล้านล้านบาท) เฉลี่ยแล้วขาดทุนประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส

 

ซูซาน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Meta อธิบายว่ารายได้ที่ลดลงในไตรมาสนี้มาจากยอดขายชุดหูฟัง Quest ที่ลดลง แม้จะถูกชดเชยบางส่วนจากการเติบโตของยอดขายแว่นตา AI

 

ย้อนกลับไปในปี 2021 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta สะท้อนวิสัยทัศน์ที่เชื่อว่าทั้งการทำงานและความบันเทิงจะเคลื่อนย้ายไปสู่โลกเสมือนจริง แต่วิสัยทัศน์นั้นถูกเปลี่ยนทิศหลังการมาถึงของ ChatGPT ในปลายปี 2022 ที่จุดกระแส Generative AI และทำให้ Meta ถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งอย่าง OpenAI Anthropic และ Google ในสนามนี้

 

ปลดพนักงาน Reality Labs โยกทรัพยากรสู่ AI

 

Reality Labs เผชิญการปรับโครงสร้างหลายระลอก โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Meta ปลดพนักงานในหน่วยนี้ราว 1,000 คน เพื่อโยกทรัพยากรจากงาน VR ไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลังจากที่แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta ที่ร่วมพัฒนากับ EssilorLuxottica ประสบความสำเร็จเกินคาด

 

ต่อมาในเดือนมีนาคม บริษัทยังปลดพนักงานอีกหลายร้อยคนในหลายหน่วยรวมถึง Reality Labs ก่อนจะประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะปลดพนักงานอีก 10% หรือราว 8,000 คน พร้อมยุติการสรรหาตำแหน่งงานใหม่อีก 6,000 ตำแหน่ง

 

แม้บริษัทจะถอยจากความฝัน Metaverse ลง แต่การลงทุนใน AI กลับยิ่งเพิ่มขึ้น โดย Meta ได้ปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายลงทุนในปี 2026 เป็น 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ 1.35 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า

 

รายได้ Q1 พุ่ง แต่นักลงทุนยังกังวลค่าใช้จ่าย AI

 

ในด้านภาพรวมของบริษัท Meta รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ที่ 5.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.84 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 60.9% มาอยู่ที่ 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.75 แสนล้านบาท) ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการประหยัดภาษีตามกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

 

ธุรกิจโฆษณายังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก โดยทำเงินได้ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.79 ล้านล้านบาท) ในไตรมาสนี้ ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสร้างรายได้ 1.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.56 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 29.3% และคิดเป็น 19.4% ของรายได้รวม

 

อย่างไรก็ตามแม้ผลประกอบการจะดูแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นของ Meta กลับร่วงลงมากกว่า 6% ในการซื้อขายนอกเวลา หลังบริษัทประกาศปรับเพิ่มงบลงทุน AI ครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ปีที่ผ่านมา Meta ดึงตัวนักวิจัยและวิศวกร AI มากกว่า 50 คนจากคู่แข่ง ซึ่งช่วยให้บริษัทเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ชื่อ Muse Spark เมื่อต้นเดือนนี้ และซักเคอร์เบิร์กเปิดเผยว่ามีการใช้งาน Meta AI ‘เพิ่มขึ้นอย่างมาก’ หลังการเปิดตัว แม้ต้นทุนในการพัฒนาและดูแลผลิตภัณฑ์ AI จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

 

“เรากำลังเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาหน่วยความจำ” ซักเคอร์เบิร์กกล่าวในการประชุมกับนักลงทุน

 

เมื่อนักลงทุนสอบถามถึงแผนการลงทุนในปี 2027 หลี่ตอบว่าบริษัทยังไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจง พร้อมยอมรับว่า “ประสบการณ์ของเราที่ผ่านมาคือ เรามักประเมินความต้องการด้านการประมวลผลของเราต่ำเกินไปอยู่เสมอ”

 

ดีล Manus ถูกจีนสกัด

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือทางการจีนได้สั่งห้าม Meta เข้าซื้อกิจการบริษัท Manus ผู้พัฒนา Agentic AI สัญชาติจีน หลังการตรวจสอบด้านความมั่นคงของชาติ โดยทางการจีนไม่ได้ระบุชัดเจนว่าดีลดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบใด หรือคาดหวังให้คลายดีลอย่างไร

 

หลี่ระบุเพียงว่าบริษัท ‘ยังคงทำงานในรายละเอียด’ โดยไม่ได้อัปเดตสถานะการรวมเทคโนโลยีของ Manus เข้ากับแพลตฟอร์มของ Meta

 

Meta ประกาศซื้อกิจการ Manus ในเดือนธันวาคม โดย Nikkei Asia เคยรายงานว่ามูลค่าดีลอยู่ระหว่าง 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.53-9.79 หมื่นล้านบาท)

 

สตาร์ทอัพรายนี้เริ่มต้นที่อู่ฮั่นและปักกิ่ง ก่อนย้ายพนักงานหลักไปสิงคโปร์ในกลางปี 2025 และปิดสำนักงานในจีนพร้อมปลดพนักงานส่วนใหญ่ ปัจจุบันดีลถูกปิดแล้ว โดย เซียว หง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Manus ได้รับตำแหน่งรองประธานของ Meta

 

แม้ทั้งแอปของ Manus และ Meta จะไม่เปิดให้บริการในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ Meta สร้างรายได้กว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.26 แสนล้านบาท) ต่อปีจากการขายโฆษณาให้บริษัทจีนที่ต้องการขายสินค้าออกนอกประเทศ และยังพึ่งพาซัพพลายเออร์จีนในการผลิตแว่นตา AI ที่ได้รับความนิยม

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.64 บาท ณ วันที่ 30 เมษายน 2569

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories