‘ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรีบประกาศตัว’ คือคำตอบล่าสุดของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อถูกถามถึงการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. วาระที่ 2
ประเด็นสำคัญ
แต่ท่ามกลางความสงวนท่าทีในโลกออฟไลน์ บนพื้นที่โซเชียลมีเดียกลับปรากฏความเคลื่อนไหวที่สวนทาง เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ‘ทีมชัชชาติ’ เริ่มเคลื่อนไหวแบบถี่ยิบตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
แหล่งข่าวระบุกับทีมข่าว THE STANDARD ว่าความเคลื่อนไหวเพจเฟซบุ๊ก ‘ทีมชัชชาติ’ ไม่ใช่แค่การอัปเดตงานทั่วไป แต่คือการรวมตัวของขุมกำลังชุดเดิมสมัยทำงานหาเสียงให้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เมื่อ 4 ปีก่อนเสริมด้วยทีมงานหน้าใหม่ เพื่อทำหน้าที่กางสมุดพก รายงานผลการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นอาวุธสำคัญในการสยบเสียงวิจารณ์และสร้างความชอบธรรมก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว
ยุทธศาสตร์แรกที่เพจทีมชัชชาติเลือกสื่อสารคือการปฏิวัติทางเท้า ซึ่งเป็นหัวใจของการเดินทางในเมือง โดยเปลี่ยนผ่านจากภาพจำเดิมๆ สู่มาตรฐานใหม่ที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ด้วยการเสริมคอนกรีตเสริมเหล็ก (Wiremesh) ใต้กระเบื้องเพื่อแก้ปัญหาน้ำขังสะสม และการนำยางมะตอยพรุน (Porous Asphalt) มาใช้บริเวณโคนต้นไม้ให้ระบายน้ำได้ดีแต่ยังเดินสะดวก
การยกเครื่องนี้ไม่ได้ทำแบบไร้ทิศทาง แต่ถูกวางแผนบนกลยุทธ์ First Mile-Last Mile เน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์รัศมี 1 กิโลเมตรอบสถานีรถไฟฟ้าซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 44 สถานี เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ ‘เดินได้’ และ ‘เดินดี’ สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
สงครามความโปร่งใส รื้อระบบราชการด้วย ‘ดิจิทัล’
เมื่อโครงสร้างกายภาพเริ่มขยับ โจทย์ต่อมาคือการรื้อโครงสร้างบริหารจัดการ ทีมชัชชาติโชว์รายละเอียดการทำสงครามกับคอร์รัปชันผ่านกลไก Digital Government ที่จับต้องได้จริง
- อุดรูรั่ว: ผ่านแอปพลิเคชัน BMAOSS ที่เปิดให้ประชาชนขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือประกอบกิจการออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ลดการเผชิญหน้าและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
- เปิดเผย: เว็บไซต์ Open Contracting ที่เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ พร้อมระบบ Red Flag ตรวจจับความผิดปกติ
- แก้ไข: ร่างข้อบัญญัติการดัดแปลงอาคารเก่า เพื่อให้การรีโนเวตอาคารพาณิชย์ในพื้นที่จำกัดสามารถทำได้จริงอย่างถูกกฎหมาย ลบช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์ที่เรื้อรังมานาน
‘ไม่เทรวม’ และ ‘BMA 5.0’ เมื่อเมืองขับเคลื่อนด้วย Data
ความต่อเนื่องของรายงานผลงานยังครอบคลุมไปถึงมิติสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตอย่างโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ซึ่งพิสูจน์ผลลัพธ์ผ่านตัวเลขการลดขยะฝังกลบได้ถึง 1,000 ตันต่อวัน และประหยัดงบประมาณได้วันละ 2 ล้านบาท โดยมีแอปฯ BKK Waste Pay เป็นเครื่องมือเชิงเศรษฐศาสตร์ที่จูงใจให้คนแยกขยะผ่านค่าธรรมเนียมที่ถูกลง
ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ในยุคนี้กำลังถูกทรานส์ฟอร์มให้กลายเป็น ‘เมืองในมือถือ’ ผ่านระบบนิเวศดิจิทัล
- Traffy Fondue: ที่ทะลุ 1,000,000 เคส เปลี่ยนเสียงบ่นของประชาชนเป็นคำสั่งงานถึงเจ้าหน้าที่โดยตรง
- BKK Active: ระบบจองพื้นที่สาธารณะและสนามกีฬาออนไลน์ที่คืนความเท่าเทียมให้คนเมือง
- Bike Sharing: การกลับมาของจักรยานสาธารณะ 500 จุดจอด ที่มียอดใช้งานสะสมกว่า 2.7 แสนทริป เชื่อมต่อรอยต่อของการเดินทางให้สมบูรณ์
Next Learn สร้างทักษะ สร้างงาน สร้างโอกาส
สมุดพกหน้าสุดท้ายเน้นหนักที่การลงทุนในคน ผ่านแพลตฟอร์ม Next Learn ซึ่งเปลี่ยนศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ระดับสากลตามมาตรฐาน UNESCO GNLC โดยจับมือกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ Google เพื่อสร้างหลักสูตร Next Skills (ทักษะอนาคต เช่น AI และ EV) และ Next Jobs ที่ร่วมกับผู้ประกอบการจริงอย่าง The Coffee Club หรือ รพ.สัตว์ทองหล่อ เพื่อให้เรียนจบแล้วมีงานทำทันที
Analysis เมื่อผลงานทำหน้าที่ ‘หาเสียง’
การเลือกสื่อสารผ่านเว็บไซต์ openpolicy.bangkok.go.th และโซเชียลมีเดียอย่างเป็นระบบในช่วงเวลานี้ คือยุทธศาสตร์การเมือง ในมุมหนึ่งคือการตรวจการบ้านตัวเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่อีกมุมหนึ่งคือการส่งสัญญาณถึงคู่แข่งว่า ชัชชาติไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีองคาพยพที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีที่เป็นฐานรองรับ
สนามผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้า แม้จนถึงวันนี้ (30 เมษายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะยังไม่ลั่นกลองรบอย่างเป็นทางการ แต่เนื้อหาในสมุดพก 4 ปีที่ทยอยถูกกางออกมานี้ บอกชัดเจนว่า… ทีมชัชชาติไม่ได้มาเพื่อรักษาตำแหน่ง แต่มาเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เริ่มไว้ต้องไปต่อในวาระที่ 2


