วันนี้ (30 เมษายน) เวลา 15.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับ เอกนิติ นิติประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรียอมรับว่า ได้พูดคุยในหลักการเพื่อเตรียมความพร้อมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและพี่น้องประชาชนจึงจะดำเนินการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกรอบวงเงินในการออกพระราชกำหนดกู้เงินว่าอยู่ที่ 500,000 ล้านบาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “แถวๆ นั้น” เราตั้งกรอบเอาไว้ แต่ใช้เท่าไหร่เดี๋ยวว่ากัน
อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมเศรษฐกิจที่มีการพูดคุยกัน หลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับลด GDP ปีนี้ลงไปอยู่ที่ 1.5 ถึง 1.6% จากเดิมประมาณ 2% เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกับติดตามความคืบหน้าการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2026 (2026 Annual Meetings of the IMF–World Bank Group) ช่วงเดือนตุลาคมนี้
นอกจากนั้น จะเป็นการเคาะแหล่งที่มาในการดำเนินนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือนโยบายไทยช่วยไทยพลัส ในส่วนที่รัฐบาลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน รวมถึงเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเล็งใช้เงินคืนจากหน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณตามขั้นตอนการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และรัฐบาลจะพิจารณาแหล่งเงินอื่นตามความเหมาะสม


