วันนี้ (30 มิถุนายน) เวลา 11.30 น. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการแถลงข่าวผลการทลายแหล่งลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์เถื่อนเพื่อส่งขายต่างประเทศ ภายในคอนโดย่านพัฒนาการ โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังการแถลง
ศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อปัญหาสินค้าสุขภาพและผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะกลุ่มสารกระตุ้นกล้ามเนื้อประเภทอนาบอลิกสเตียรอยด์ ที่ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬา นักเพาะกาย หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีกล้ามเนื้อและรูปร่างที่โตเร็ว
ทั้งนี้ อาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยไม่ทราบเลยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกลักลอบผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมายในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่อาจได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อน สารต้องห้าม หรือส่วนผสมที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายและสุขภาพในระยะยาวอย่างร้ายแรง
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สคบ. บก.ปคบ. และ อย. โดยนำข้อมูลเข้าสืบสวนเชิงลึก จนนำไปสู่การขอหมายค้นและบุกจู่โจมแหล่งผลิตเถื่อนพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
จากการบุกตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายตรวจสอบและยึดอายัดสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไว้ได้เป็นจำนวนมหาศาล รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท สามารถยึดยาเม็ดและของกลางกว่า 1.8 ล้านชิ้น ประกอบด้วย
- ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปประเภทอนาบอลิกสเตียรอยด์ ทั้งชนิดผงและของเหลว รวมถึงสารเคมีแมนนิทอล จำนวน 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 17,981 ชิ้น
- ยาเม็ดสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกไม่มีฉลาก และยาเม็ดที่รอการบรรจุ รวม 42 รายการ จำนวน 1,321,200 เม็ด
- บรรจุภัณฑ์และฉลากปลอมที่ใช้เครื่องหมายการค้าของยี่ห้อต่าง ๆ กว่า 405,094 ชิ้น
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปิดฝาขวดยาฉีด เครื่องกรอกเม็ดยา เครื่องซีล และเครื่องพิมพ์รุ่นการผลิต รวม 79 รายการ
นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดเน้นการลักลอบผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับกลุ่มเฉพาะ ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้ยาก
ศุภมาสสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ใช้อำนาจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเด็ดขาดใน 2 ด้าน ได้แก่
- ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง (Online E-commerce) สคบ. จะตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงสถานะการจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง หากพบการฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
- การรับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีแทนผู้บริโภค สคบ. จะเป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ และหากพบว่ามีผู้เสียหายในวงกว้าง สคบ. มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีแทนผู้บริโภค เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาประชาชนอย่างถึงที่สุด
“ดิฉันขอเน้นย้ำให้มั่นใจว่า สคบ. คือที่พึ่งของประชาชน แม้สินค้าสุขภาพบางประเภทจะมีกฎหมายเฉพาะของหน่วยงานอื่นดูแล แต่ในมิติของการปกป้องสิทธิ การเยียวยา และการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภค สคบ. พร้อมเดินหน้าทำงานเชิงรุกร่วมกับ อย. และตำรวจอย่างเด็ดขาด” ศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย


