สส. พรรคประชาชน นำโดย ธีรศักดิ์ จิระตราชู, ปวิตรา จิตตกิจ, พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบ
ปวิตราได้นำตัวอย่างหนังสือแบบเรียนที่ สกร. จัดซื้อมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการชี้แจง โดยระบุว่าแบบเรียนดังกล่าวมีความล้าสมัยทั้งในด้านเนื้อหา รูปแบบ ภาพประกอบ รวมถึงการใช้หน้าปกพิมพ์สี่สีแต่เนื้อหาภายในเป็นรูปแบบขาวดำ
นอกจากปัญหาด้านคุณภาพของรูปแบบแล้ว ยังพบการตั้งราคาจำหน่ายที่สูงเกินความเหมาะสม โดยบางวิชามีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 800 บาท ยกตัวอย่างเช่น หนังสือความยาว 130 หน้า มีราคาจำหน่ายกว่า 200 บาท และหนังสือความยาว 90 หน้า มีราคาจำหน่ายกว่า 300 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่าหนังสือของ สพฐ. มีการควบคุมราคาและจัดพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์สี่สี สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เรียนในระบบ สกร. ต้องใช้แบบเรียนที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานปัจจุบัน
ปวิตราระบุเพิ่มเติมว่า เนื้อหาในหนังสือแบบเรียนของ สกร. มีเนื้อหาทางวิชาการน้อยและแบบฝึกหัดไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการนำหลักสูตรเก่าของปี 2551 มาตีพิมพ์ใหม่ ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างหลักสูตรการศึกษาที่ควรปรับปรุงกับหนังสือเรียนที่ได้รับใบอนุญาตมานานกว่า 10 ปีและยังคงถูกนำมาใช้งานจนถึงปัจจุบัน การดำเนินงานในลักษณะนี้ก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน
ตัวแทนพรรคประชาชนได้เรียกร้องไปยังรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล สกร. ให้เข้ามาตรวจสอบและทำความกระจ่างในประเด็นนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปกับการศึกษาที่ตกยุคและไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนได้จริง พร้อมระบุว่าหากกระบวนการจัดซื้อไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจส่งผลให้สังคมลดความศรัทธาต่อระบบการศึกษาไทย และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตำแหน่งของรัฐมนตรีเอง
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความกล้าหาญของรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาว่า มีความกังวลต่อผู้มีอิทธิพลภายในกระทรวงจนละเว้นการจัดการกับปัญหาที่ตกค้างอยู่หรือไม่
นอกเหนือจากเรื่องแบบเรียน ปวิตรายังได้หยิบยกปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานของ สกร. โดยระบุว่าหน่วยการศึกษาหลายแห่ง เช่น ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ต้องใช้วิธีเช่าพื้นที่ของเอกชนหรือใช้พื้นที่ภายในวัดเพื่อจัดการเรียนการสอน และเมื่อเกิดความชำรุดทรุดโทรม ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาทุนเพื่อซ่อมแซมด้วยตนเอง ซึ่งแม้การเรียนรู้จะไม่จำกัดสถานที่ แต่สภาพแวดล้อมทางกายภาพย่อมมีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา
ในตอนท้าย สส. พรรคประชาชนได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ สกร. ในฐานะพื้นที่แห่งอนาคตและโอกาสสำหรับประชาชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาปกติ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน สถาบันที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้จึงควรได้รับการสนับสนุนให้อยู่ในระดับแนวหน้า มากกว่าการถูกลดทอนความสำคัญหรือปล่อยให้ดำเนินการด้วยมาตรฐานที่ถดถอยลง


