วันนี้ (28 เมษายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ 3 โครงการสำคัญด้านการแพทย์และสาธารณสุข วงเงินรวม 10,876.85 ล้านบาท เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพ การผลิตบุคลากร และนวัตกรรมทางการแพทย์ ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โครงการแรก คือ โครงการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ มหาวิทยาลัยบูรพา วงเงินรวม 5,374.85 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ 2570-2575) มีเป้าหมายยกระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ระดับตติยภูมิ รองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน และสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร
โครงการประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารใหม่ 3 อาคาร และปรับปรุงอาคารเดิม 1 อาคาร ได้แก่ อาคารศูนย์การเรียนรู้และปฏิบัติการทางการแพทย์ อาคารสนับสนุนทางการแพทย์ อาคารอเนกประสงค์ และอาคารศรีนครินทร์ เพื่อรองรับผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้ โดยจะเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลเป็น 500 เตียง และต่อยอดสู่ 800 เตียงในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมทางการแพทย์ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันวิจัย เพื่อพัฒนางานวิจัยทางคลินิก เทคโนโลยีสุขภาพ และบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง
โครงการที่สอง คือ โครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ศูนย์กลางการแพทย์ขั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปีงบประมาณ 2570-2573) เพื่อยกระดับการรักษามะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โครงการดังกล่าวจะจัดตั้งศูนย์รักษาด้วยเทคโนโลยีโปรตอน ซึ่งเป็นรังสีรักษาความแม่นยำสูง ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ และลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง โดยก่อสร้างอาคารสูง 6 ชั้น บนพื้นที่ประมาณ 4.9 ไร่ พร้อมติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอน และระบบวางแผนการรักษา คาดว่าจะเริ่มให้บริการในปี 2574 และรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 6,000 รายต่อปี
โครงการที่สาม คือ โครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี (ปีงบประมาณ 2570-2579) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
โดยจะเริ่มรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกในปีการศึกษา 2571 และภายในปี 2579 คาดว่าจะสามารถผลิตแพทย์ได้ไม่น้อยกว่า 71 คน พร้อมมีนักศึกษาแพทย์ในระบบรวม 216 คน ผ่านการพัฒนาหลักสูตรตามมาตรฐานแพทยสภา และยกระดับโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลเลย และโรงพยาบาลยโสธร เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก


