วันนี้ (28 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับครัวเรือน ว่า รัฐบาลพยายามลดต้นทุนค่าไฟแบบถาวร โดยต้องดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่
- สัญญาซื้อไฟแบบ Adder ประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหากยกเลิกสัญญาดังกล่าวได้ จะช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย
- เน้นให้หน่วยงานราชการ รวมถึงพื้นที่สาธารณะ ใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ไฟทาง หากใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าไฟได้ 10 สตางค์
- ค่าไฟที่แพงขึ้นเกิดจากค่า FT ซึ่งกำหนดจากราคาก๊าซที่นำเข้า โดยอ้างอิงราคาตลาด ปัจจุบันราคาก๊าซเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้ค่าไฟปรับสูงขึ้น
ดังนั้น หากดำเนินการทั้ง 3 เรื่องได้ครบ จะทำให้ค่าไฟลดลงประมาณ 30-40 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับทุกคน
เอกนัฏ กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซนำเข้า ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น จึงมีมาตรการลดค่าไฟสำหรับภาคครัวเรือน โดยไม่เกี่ยวกับกิจการขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เกษตรกร และผู้ใช้อัตราค่าไฟแบบมิเตอร์ทีโอยู โดยคำนวณแล้วมี 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะจ่ายค่าไฟแบบขั้นบันได
ทั้งนี้ 200 หน่วยแรก จะคิดในราคาถูกไม่เกิน 3 บาท ซึ่งผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย จะได้ค่าไฟลดลง 20% หากใช้ 400 หน่วย จะได้รับอานิสงส์จาก 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาท ส่วนที่เกิน 200 หน่วย จะคิดในอัตราที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้โดยรวมค่าไฟลดลงประมาณ 10% ส่วนผู้ที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะจ่ายในอัตราที่สูงขึ้นเฉพาะส่วนเกิน โดยมั่นใจว่าทุกคนจะจ่ายค่าไฟถูกลง หรืออย่างน้อยใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดิม
เอกนัฏ กล่าวด้วยว่า วันนี้จะนำภาพรวมด้านพลังงานเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในฐานะวาระแห่งชาติ ทั้งเรื่องโครงสร้างค่าไฟ และการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป โดยจะลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงหาแหล่งเงินทุนให้ประชาชนสามารถผ่อนจ่ายในอัตราที่ถูกกว่าค่าไฟ
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้า และจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในหน่วยงานราชการและไฟส่องสว่างบนถนน รวมถึงการลดค่าไฟถาวร โดยใช้มติ ครม. เร่งเจรจาปรับเปลี่ยนสัญญาโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง และลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้า โดยหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น
หลังจากเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม. แล้ว ในวันที่ 29 เมษายน จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะมีผลในรอบบิลเดือนมิถุนายน โดยประชาชนจะเริ่มจ่ายค่าไฟในอัตราใหม่ภายในรอบบิลดังกล่าว


