สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยถึง 3 เหตุผลสำคัญในการเดินทางเยือนเมียนมาครั้งนี้ (22 เมษายน) โดยระบุว่า
1. การแสดงความยินดีกับรัฐบาลใหม่และสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ
สีหศักดิ์กล่าวว่า เดินทางไปเมียนมาครั้งนี้ เพื่อแสดงความยินดีกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และในโอกาสที่ พลเออาวุโส มินอ่องหล่าย ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่อย่างเป็นทางการ
โดยไทยคาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็น ‘การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ’ นำไปสู่กระบวนการสันติภาพ การปรองดอง และการพูดคุยระหว่างกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา
2. การเปิด ‘บทใหม่’ ในความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือ
โดยไทยต้องการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในเรื่องความมั่นคงชายแดน มุ่งเน้นความร่วมมือในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มสแกมเมอร์ รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น และต้องการความร่วมมือในการแก้ไข
นอกจากนี้ยังมีปัญหามลภาวะ ซึ่งเป็น ‘วาระเร่งด่วน’ ที่จะนำไปหารือกับประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา ทั้งปัญหามลภาวะทางน้ำจากการทำเหมือง และฝุ่น PM 2.5 โดยต้องอาศัยความร่วมมือไตรภาคีระหว่าง ไทย เมียนมา และ สปป.ลาว
อีกทั้งยังต้องการให้กลับมาเปิดการค้าชายแดนอีกครั้ง เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของการค้าทั้งหมดระหว่างไทยกับเมียนมา
3. การสนับสนุนเมียนมาให้กลับสู่การมีส่วนร่วมในอาเซียน
สีหศักดิ์ระบุว่า ไทยมีนโยบายการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสนับสนุนและนำเมียนมากลับสู่อาเซียน โดยต้องการให้เกิดการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้เมียนมาตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียน โดยไทยแสดงความยินดีที่รัฐบาลใหม่ได้ประกาศอภัยโทษแก่นักโทษทางการเมือง รวมถึงอดีตประธานาธิบดี และหวังว่าจะมีการดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป
ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงตามแนวชายแดนนั้น ไทยต้องการให้ลดระดับหรือยุติการสู้รบและการทิ้งระเบิดตามแนวชายแดน โดยจะมีการหารือเรื่องความมั่นคงระหว่างฝ่ายทหารระดับสูง ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งยังต้องการให้เมียนมาเปิดพื้นที่ เพื่อให้อาเซียนหรือองค์การระหว่างประเทศต่างๆ สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนชาวเมียนมาที่กำลังเดือดร้อนได้


