×

งบปี 2570 ทันกรอบ 1 ต.ค. ภราดร ชูคุ้มค่า-เลิกฐานเดิม เพิ่มลงทุน 20%

โดย THE STANDARD TEAM
21.04.2026
  • LOADING...
ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (21 เมษายน) เวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายการจัดทำงบประมาณประจำปี 2570 กับหน่วยรับงบประมาณทุกหน่วยว่า เนื่องจากรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศล่าช้ากว่าปฏิทินงบประมาณปกติ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าปฏิทินงบประมาณปี 2570 จะสามารถใช้ได้ทันตามกรอบปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคมนี้หรือไม่

 

ภราดรยืนยันว่า การจัดทำงบประมาณสามารถดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลา โดยตั้งแต่ขณะนี้จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม หน่วยราชการหรือหน่วยรับงบประมาณจะจัดทำคำขอรับงบประมาณเสนอไปยังสำนักงบประมาณ จากนั้นสำนักงบประมาณจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณา ปรับลดคำขอให้อยู่ภายใต้กรอบวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

 

ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น และในวันที่ 16 มิถุนายน จะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้นสำนักงบประมาณจะจัดทำรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เพื่อเสนอต่อสภาพิจารณาในวาระที่ 1–3 ต่อไป

 

ภราดร กล่าวอีกว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสถานการณ์ภัยสงคราม ซึ่งอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะกลางและระยะยาว ดังนั้น งบประมาณปีนี้จะสะท้อนแนวคิดสำคัญ 2 ประการ คือ ความคุ้มค่า และการไม่ยึดโยงกับฐานงบประมาณเดิมของหน่วยงาน โดยจะเน้นโครงการที่ตอบโจทย์สถานการณ์โลกและสถานการณ์ภายในประเทศ รวมถึงการเยียวยาประชาชน

 

ภราดร ยังกล่าวถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 เพื่อปรับโอนงบประมาณที่ไม่จำเป็นจำนวนกว่า 5–6 หมื่นล้านบาท มาตั้งเป็นงบกลาง เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจและโครงการไทยช่วยไทย โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการอย่างแน่นอน และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนมิถุนายน ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายปี 2570 แล้ว

 

ทั้งนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 เนื่องจากหากเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะต้องนำงบประมาณดังกล่าวไปชดใช้คงคลังก่อน ซึ่งปัจจุบันมียอดค้างอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ส่งผลให้ไม่สามารถนำงบประมาณมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตและเยียวยาประชาชนได้

 

ภราดร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการคนละครึ่ง กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบโครงการว่าจะเป็นการสนับสนุนระยะยาวหรือระยะสั้น รวมถึงจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ โดยยืนยันว่าเม็ดเงินสนับสนุนจะไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา

 

เมื่อถูกถามว่าการเพิ่มงบลงทุน 20% จะทำให้เกิดการวิ่งเต้นโครงการหรือไม่ ภราดร ระบุว่า ทุกโครงการต้องตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและประเทศอย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดการวิ่งเต้น พร้อมย้ำว่าได้กำชับสำนักงบประมาณให้พิจารณาโครงการอย่างเข้มงวด

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising