สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่า มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ้นจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อสงสัยเรื่องการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม และขัดต่อพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553
ป.ป.ช. ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง โดยกำหนดให้ดำเนินการส่งข้อมูลกลับภายใน 15 วัน
หนังสือของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ระบุประเด็นคำถามหลัก 3 ประการ เพื่อสอบถามถึงโครงสร้างความรับผิดชอบตามกฎหมาย ได้แก่
- การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง กสทช. อยู่ในอำนาจของหน่วยงานหรือบุคคลใด
- หากพบว่ากรรมการ กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการอย่างไร
และ 3. หากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับประธาน กสทช. คณะกรรมการ กสทช. มีอำนาจและหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปตามกฎหมาย
ย้อนรอยข้อสงสัย ปมลาออกจากตำแหน่งสมบูรณ์หรือไม่
สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่เป็นที่มาของข้อสงสัย เริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2564 นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาให้เป็น 1 ใน 7 ผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาจำนวน 5 คน
โดยกฎหมายกำหนดให้วันที่ 10 มกราคม 2565 เป็นวันครบกำหนดที่ผู้ได้รับความเห็นชอบซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 ต้องยื่นหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพต่อประธานวุฒิสภา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลตามมาตรา 18 จากนั้นในวันที่ 13 เมษายน 2565 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช. ทั้ง 5 คนอย่างเป็นทางการ
ข้อสงสัยด้านคุณสมบัติเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ระบุว่า แม้ นพ. สรณจะลาออกจากตำแหน่งรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 8 มกราคม 2565 แต่ยังมีข้อมูลอ้างอิงว่า ยังคงมีการตรวจรักษาคนไข้และรับค่าตอบแทนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการลาออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งข้อมูลระบุว่ามีการประกาศลาออกผ่านหนังสือพิมพ์ หรือมีหนังสือแจ้งไม่ขอรับตำแหน่ง แต่ยังไม่มีหนังสือลาออกต่อบริษัทอย่างสมบูรณ์ในความหมายที่ทำให้สถานะสิ้นสุดลงโดยเด็ดขาด
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นนี้อาจถูกนำมาพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็น ‘บทสันนิษฐานเด็ดขาด’ ตามมาตรา 18 ว่าเป็นผู้สละสิทธิในการรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. หรือไม่


