×

เอกนิติดันนโยบาย Direct PPA ปลดล็อกไฟฟ้าสะอาด พร้อมฝ่าแรงต้านการเมือง–ผลประโยชน์

18.04.2026
  • LOADING...
ภาพ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชูมือพร้อมแสดงความมุ่งมั่นผลักดันนโยบาย Direct PPA

เอกนิติเร่งผลักดันนโยบาย Direct PPA ปลดล็อกพลังงานสะอาดภาคเอกชน พร้อมฝ่าแรงต้านจากกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์อยู่เดิม

 

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF–World Bank Spring Meetings 2026) ว่า ไทยกำลังเร่งผลักดันนโยบาย Direct PPA (Power Purchase Agreement) เพื่อปลดล็อกการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคเอกชน รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์

 

เอกนิติให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD ว่า จากการหารือกับนักลงทุนระดับโลกที่สหรัฐฯ พบตรงกันว่า พลังงานสะอาดกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีที่มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนตลอดซัพพลายเชน

 

“วันนี้นักลงทุนไม่ได้มองแค่ต้นทุนหรือแรงงาน แต่ดูว่าประเทศนั้นสามารถจัดหาพลังงานสะอาดให้ได้หรือไม่” เอกนิติกล่าว

 

สำหรับนโยบาย Direct PPA จะเปิดให้เอกชนสามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานสะอาดโดยตรง เช่น โซลาร์ หรือพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ ซึ่งถือเป็นตัวปลดล็อกสำคัญของระบบพลังงานไทยที่เดิมมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและกติกา

 

อย่างไรก็ตาม เอกนิติยอมรับว่า ความท้าทายหลักไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ “กฎหมาย กติกา และโครงสร้างผลประโยชน์” ที่ต้องปรับให้สอดรับกับโลกยุคใหม่ ตั้งแต่การกำหนดราคา การใช้โครงข่ายไฟฟ้า ไปจนถึงบทบาทของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจในระบบพลังงาน

 

“สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือทำให้กติกามันชัด และทำให้เกิดขึ้นจริง” เอกนิติกล่าว พร้อมระบุว่า จะเร่งหารือกับกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อผลักดันให้ Direct PPA เดินหน้าได้ในทางปฏิบัติ

 

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องแรงต้านจากกลุ่มผลประโยชน์หรือข้อจำกัดทางการเมือง เอกนิติตอบชัดว่า “ไม่แคร์ครับ ถ้ามันเป็นประโยชน์กับประเทศ ผมจะเดินหน้าทำให้เกิดขึ้นให้ได้”

 

เอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยังมีจุดแข็งสำคัญที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น ทั้งความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ คุณภาพแรงงาน และบทบาทของ BOI ในการอำนวยความสะดวก แต่พลังงานสะอาดจะเป็นตัวชี้ขาดว่าไทยจะสามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นการลงทุนจริงได้หรือไม่

 

การเข้าร่วมเวที IMF–World Bank ครั้งนี้ ไทยยังต้องเจอกับอีกคำถามเรื่องวินัยทางการคลังที่อาจจะมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 80% หรืออันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่สถาบันจัดอันดับเครดิตมีความเป็นไปได้ที่จะปรับมุมมองความน่าเชื่อถือเป็นเชิงลบ โดยเหตุผลมาจากความเสี่ยงด้านฐานะการคลัง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มีโอกาสได้หารือกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) เพื่อประเมินสถานการณ์เช่นเดียวกัน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories