×

เกษตรกรสหรัฐฯ อ่วมซ้ำซ้อน ต้นทุนพุ่ง-สภาพคล่องตึง ปรับแผนลดปลูกข้าวโพด เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อาหารโลก

16.04.2026
  • LOADING...
เกษตรกรหญิงกำลังเก็บเกี่ยวข้าวโพด ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนพุ่งและสภาพคล่องตึงตัวของเกษตรกร สหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การลดปลูกข้าวโพด และอาจกระทบห่วงโซ่อาหารโลก

เกษตรกรสหรัฐฯ เผชิญกับแรงกดดันซ้ำซ้อน ทั้งปัจจัยสภาพอากาศ โรคพืช และ แมลงศัตรูพืช ควบคู่กับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะปุ๋ย และ เชื้อเพลิง ที่แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กระทบต่อการขนส่ง ทำให้ราคาปุ๋ยปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนฤดูเพาะปลูก

 

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนภาพชัดเจนว่า เกษตรกรเกือบ 60% มีสถานะทางการเงินแย่ลง ส่วนสภาพคล่องเริ่มตึงตัวมากขึ้น ทำให้หลายฟาร์มไม่สามารถวางแผนต้นทุนล่วงหน้าได้เหมือนเดิม

 

สอดคล้องกับข้อมูลจากสหพันธ์เกษตรกรอเมริกัน (Farm Bureau) รายงานว่า เกษตรกร 58% มีฐานะการเงินแย่ลง โดยเฉพาะเกษตรกรในภูมิภาคมิดเวสต์กว่า 48% ซื้อปุ๋ยได้ไม่เพียงพอ ส่วนภูมิภาคอื่นๆ เช่น ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคใต้ ตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างน้อย 66% สะท้อนได้ว่าการเข้าถึงปุ๋ยกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของหลายประเทศ

 

รวมถึงที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองโกลด์สโบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนา ‘ลอเรนดา โอเวอร์แมน’ เจ้าของฟาร์มยอมรับว่าฟาร์มได้รับผลกระทบหนัก หลังไม่ได้สั่งซื้อปุ๋ยล่วงหน้าเนื่องจากปัญหาการเงินในปีก่อน และคาดการณ์ว่าราคาจะลดลง แต่สถานการณ์กลับสวนทาง โดยต้นทุนการผลิตต่อเอเคอร์พุ่งจาก 139 ดอลลาร์ (ราว 4,439 บาท) เป็น 217 ดอลลาร์ (ราว 6,930 บาท)

 

สะท้อนภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และฟาร์มไม่สามารถรอให้สถานการณ์คลี่คลายได้อีก และจำเป็นต้องปรับแผนการเงินใหม่ทั้งหมด โดยยอมรับว่ากำไรในปีนี้มีแนวโน้มลดลง

 

ผลกระทบกระจายกันไปทั่วประเทศ โดยภาคใต้ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เนื่องจากมีเพียง 19% ที่สั่งซื้อปุ๋ยล่วงหน้า ขณะที่ 78% ซื้อปุ๋ยได้ไม่เพียงพอ ความแตกต่างนี้สะท้อนช่องว่างด้านศักยภาพการบริหารต้นทุนระหว่างภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการผลิตในระยะต่อไป

 

และเมื่อมาพิจารณาตามชนิดพืช พบว่าเกษตรกรมากกว่า 80% ของผู้ปลูกข้าว ฝ้าย และถั่วลิสง ไม่สามารถเข้าถึงต้นทุนได้เพียงพอ ทำให้พืชเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อผลผลิตที่ลดลง แต่ในทางกลับกัน ถั่วเหลือง ซึ่งใช้ไนโตรเจนน้อยกว่า กลายเป็นตัวเลือกที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนมากขึ้น

 

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว เกษตรกรจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด เพราะเป็นพืชใช้ปุ๋ยจำนวนมาก หันมาเพิ่มการปลูกถั่วเหลือง และกระจายการใช้ปุ๋ยให้บางลง

 

เช่นเดียวกับทอมมี ซอลส์บิวรี ผู้นำ เกษตรกรรุ่นใหม่ กล่าวว่าฟาร์มของเขาจะลดพื้นที่ปลูกไมโล และเพิ่มถั่วเหลือง เพื่อควบคุมต้นทุน พร้อมสะท้อนภาพชัดว่า ปี 2026 เกษตรกรกำลังแบกรับต้นทุนสูง แต่ขายผลผลิตได้เท่าราคายุค 1970–1980 ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง

 

สำหรับแนวโน้มปี 2026 การลดการใช้ปุ๋ยและพื้นที่เพาะปลูกอาจนำไปสู่ผลผลิตรวมลดลง โดยเฉพาะในภาคใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตก ซึ่งไม่เพียงกระทบรายได้เกษตรกร แต่ยังอาจส่งแรงสะเทือนต่อปริมาณสินค้าเกษตรในตลาดโลกในระยะถัดไป และสหพันธ์เกษตรกรอเมริกันเตรียมเข้าหารือกับทำเนียบขาวในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม

 

โดยประเด็นสำคัญจะมุ่งไปที่การบรรเทาต้นทุนปุ๋ยและพลังงาน ตามด้วยการเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกร และการรักษาเสถียรภาพการผลิตในระยะยาว

 

สุดท้ายแล้ววิกฤตต้นทุนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระยะสั้น แต่กำลังลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรสหรัฐฯ ตั้งแต่ระดับรายได้เกษตรกรไปจนถึงเสถียรภาพของห่วงโซ่อาหารโลกในอนาคต

 

อ้างอิง:

 

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories