×

เมื่อสินค้า GI ไทย จับกระแส ‘ซีรีส์วาย’ กรมทรัพย์สินฯ ดึงของดีชุมชนเชื่อมท่องเที่ยว บุกตลาดโลก ดันเศรษฐกิจปี’69 โตแสนล้าน

14.04.2026
  • LOADING...
สินค้า GI ไทย ผสาน 'ซีรีส์วาย' ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา

สินค้า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ GI ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ภายใต้บทบาทของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ไม่ได้มองสินค้า GI เป็นเพียง “ของดีประจำถิ่น” แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

 

โดยปัจจุบันไทยมีสินค้า GI รวม 254 รายการ และมีมูลค่าทางการตลาดรวมสูงถึง 115,224 ล้านบาท สะท้อนว่าสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นกำลัง กลายเป็นฐานรายได้สำคัญของเกษตรกร ผู้ผลิตรายย่อย SMEs และผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ

 

โดยเฉพาะในยุคที่สินค้าขายความแตกต่าง เน้นบอกเล่าเรื่องราว ความหมาย และแหล่งที่มาของสินค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

 

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ด้วยอัตราการเติบโตเศรษฐกิจดังกล่าว จึงเกิดเป็นไอเดีย เมื่อดูจากกระแสความนิยมของตลาดซีรีส์วายที่ยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ส่งผลให้ซีรีส์วายกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ของไทย

 

เจาะกลุ่ม ‘Gen Z’ เชื่อมคอนเทนต์ สถานที่ถ่ายทำ โปรโมตสินค้า GI ผ่านซีรีส์วาย

 

กรมฯ จึงมองว่า สินค้า GI กับ ซีรีส์วาย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ เช่น Gen Z ทางบริษัท Mojo Muse Management พร้อมนำสินค้าไปปรากฏในซีรีส์และภาพยนตร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสอดแทรกเรื่องราวอัตลักษณ์ความเป็นไทยและเรื่องราวการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการประชาสัมพันธ์สินค้า

 

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำสินค้า GI ไทยไปเชื่อมโยงกับคอนเทนต์บันเทิง โดยมุ่งเน้นการออกแบบเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบ GI ของไทย พร้อมใช้แหล่งผลิตจริงเป็นสถานที่ถ่ายทำ เพื่อถ่ายทอดความงดงามและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ผู้ชมได้เรียนรู้วิถีชุมชนและขั้นตอนการผลิตที่ประณีต

 

ทั้งนี้ การสอดแทรกสินค้า GI ในซีรีส์และภาพยนตร์จะช่วยสร้างการรับรู้สินค้าในวงกว้าง เสริมภาพลักษณ์ให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย พร้อมขยายโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

 

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์และส่งเสริมการบริโภคสินค้า GI ทั้งในกลุ่มผู้ชมชาวไทยและต่างชาติ นำไปสู่การสร้างรายได้และยกระดับความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

 

 

หนุนสินค้า GI โดต่างประเทศ ดันเศรษฐกิตโตแสนล้าน

 

ในปี 2569 กรมฯ ประสบความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทย เช่น มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ในสหภาพยุโรป ทำให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว 11 รายการ ครอบคลุม 33 ประเทศ อาทิ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยช้าง ส้มโอทับพิมพ์สยามปากพนัง ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน

 

นอกจากนี้ยังมีสินค้า GI ไทยที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในต่างประเทศอีก 8 รายการ ในจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม รวมทั้งเตรียมยื่นคำขอเพิ่มเติมอีก 1 รายการ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ในมาเลเซีย

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท สิ้นปี 2569 นี้จะสามารถขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรวม 272 รายการ และสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท

 

ล่าสุด THE STANDARD WEALTH ร่วมลงพื้นที่กับอธิบดีกรมทรัพย์สินฯ ตรวจเยี่ยมการผลิตสินค้า GI ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ณ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง และสินค้า GI ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรด จังหวัดอุทัยธานี

 

สำหรับตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นงานหัตถศิลป์สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ใช้ดินเหนียวคุณภาพดีในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ปั้นเป็นตุ๊กตาที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย เช่น การละเล่น ประเพณี ผลไม้ และเครื่องดนตรีไทย

 

เน้นยกระดับสินค้าชุมชน สร้างแบรนด์และเล่าเรื่อง (storytelling)

 

ปัจจุบันมีผู้ผลิต 20 ราย ผลิตได้ 1,200 ชิ้นต่อปี มูลค่าทางการตลาด 360,000 บาทต่อปี กรมทรัพย์สินฯ สนับสนุนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยได้อย่างถูกต้อง

 

นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จด้านต่างๆ เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย การสร้างแบรนด์และเล่าเรื่อง (storytelling) ขยายสู่ตลาดออนไลน์และงานแสดงสินค้าระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเวิร์กชอปสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้หมุนเวียนคืนสู่ท้องถิ่น

 

 

 

สำหรับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี เป็นสินค้า GI เพียงหนึ่งเดียวของจังหวัด ปัจจุบันมีผู้ผลิตกว่า 119 ราย ผลิตรวมกว่า 940,000 กิโลกรัมต่อปี หลังได้รับ GI ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มจาก 70 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 100-120 บาทต่อกิโลกรัม แสดงให้เห็นบทบาทของ GI ในการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างชัดเจน

 

กรมฯ ยังติดตามระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานสินค้า ผู้ประกอบการรวมกลุ่มและพัฒนาสินค้าร่วมกันอย่างเป็นระบบ ช่วยบริหารต้นทุน วางแผนการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดได้ดีขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายภายใต้แบรนด์ “แรดตัวแม่” เช่น ปลาแรดแดดเดียว ปลาร้าด่วน แหนมปลาแรด ข้าวเกรียบปลาแรด รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น เจลาตินและคอลลาเจนจากปลาแรด

 

อรมนสรุปว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนศักยภาพสินค้า GI ไทยที่สามารถพัฒนาได้ครบวงจร ตั้งแต่การรักษาคุณภาพตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่ม จนถึงเชื่อมโยงตลาดสมัยใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดู แลปกป้องผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยมอบหมายให้กรมฯ ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองต่อนโยบาย 10+ ของรัฐบาล

 

ทั้งนโยบาย “SMEs Plus” ด้านการค้าที่มุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับนโยบาย “Trade Plus” ที่เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก โดยยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 

 

 

ล่าสุดพบกรณียื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมาย “เต่าบิน” ของไทยในประเทศเวียดนาม จึงเร่งประสานเจ้าของเครื่องหมาย การค้าคนไทยยื่นคัดค้านการจดทะเบียนได้ทันท่วงที ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันและเสริมศักยภาพแบรนด์ไทยในตลาดโลก สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories