วันนี้ (11 เมษายน) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงนโยบายและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมมาตรการเชิงรุกผ่านการสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่อง ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพเพื่อยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับมาตรการแรก คือ การเข้าถึงแหล่งทุน โดยได้เตรียมวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางให้เข้าถึงแหล่งทุน ลดต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต
นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) หันมาใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยนำไปใช้ลงทุน ปรับปรุงเครื่องจักร ขยายกิจการ หรือเสริมสภาพคล่อง ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 3 ต่อปี (คงที่ 3 ปีแรก) ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่:
- สินเชื่อ SME Green Productivity: วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย มุ่งสนับสนุนการลงทุนติดตั้งเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์ และยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV)
- สินเชื่อ ปลุกพลัง SME: วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
- สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME: วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เน้นยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
นอกจาก 3 ผลิตภัณฑ์หลักแล้ว SME D Bank ยังมีโครงการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ เพื่อรองรับการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการ วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ด้วยอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงินทั่วไป โดยธนาคารได้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้รวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่ง วราวุธได้กำชับให้ขั้นตอนการพิจารณาและเงื่อนไขต่าง ๆ มีความอะลุ้มอล่วยและยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนและเสริมสภาพคล่องได้จริง
ในส่วนของ มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดแนวทาง 3 ลด ได้แก่ การลดเงินต้น การลดดอกเบี้ย และการลดค่างวด โดยหากพบว่าลูกหนี้รายใดเริ่มประสบปัญหา กระทรวงฯ จะเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันที เพื่อประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน และช่วยให้ธุรกิจสามารถพลิกฟื้นกลับมาได้ในสถานการณ์เช่นนี้
ท้ายที่สุด คือ มาตรการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับทักษะ (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นแต้มต่อสำคัญในการพาผู้ประกอบการทุกคนก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ตามแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ของรัฐบาลต่อไป


