AWC และ SCB ได้ลงนามในสัญญาสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan รวม 40,500 ล้านบาท โดยจัดสรร 10,500 ล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อสีเขียวเพื่อพลิกโฉม เวิ้งนครเกษม พื้นที่ประวัติศาสตร์ 14 ไร่ ใจกลางเยาวราช ให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสสีเขียวระดับโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ความบันเทิง Kung Fu Panda จาก Universal, โรงแรมหรู 2 แห่ง ตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2572 หวังขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล
ประเด็นสำคัญ
ดีลสินเชื่อความยั่งยืน 4.05 หมื่นล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC ร่วมมือกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ลงนามในสัญญาสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) ภายใต้วงเงินรวม 40,500 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โครงสร้างการจัดสรรเม็ดเงินกู้ในครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก
- 10,500 ล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อใช้พัฒนาโครงการ ‘เวิ้งนครเกษม เยาวราช’ โครงการระดับแลนด์มาร์กที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของ AWC
- 30,000 ล้านบาท เป็นวงเงินสนับสนุนโครงการคุณภาพอื่นๆ ของ AWC ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวสีเขียวในอนาคต
การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อศักยภาพทางธุรกิจและโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของ AWC ซึ่งมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ด้านสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์และ AWC เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และสะท้อนถึงการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการที่มีความหมายต่อประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จนมาสู่ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ในการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว ภายใต้วงเงินรวม 10,500 ล้านบาท สำหรับโครงการ เวิ้งนครเกษม เยาวราช (Woeng Nakornkasem Yaowaraj) และสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) ภายใต้วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท สำหรับโครงการคุณภาพอื่น ๆ ของ AWC ทั่วประเทศในอนาคต
การสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวในครั้งนี้ นับเป็นพลังขับเคลื่อนในการร่วมผลักดันให้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช ก้าวขึ้นเป็นต้นแบบโครงการมิกซ์ยูสสีเขียวระดับโลก รวมถึงโครงการต่างๆ ในอนาคต
ความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินและภาคธุรกิจในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานโครงการอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวระดับสากล ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับประเทศ
ชุบชีวิตพื้นที่ประวัติศาสตร์ 14 ไร่ สู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมร่วมสมัย
โครงการ ‘เวิ้งนครเกษม เยาวราช’ ตั้งอยู่บนพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญกว่า 14 ไร่ ใจกลางย่านไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย AWC วางกรอบการพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow’ ผสานมรดกวัฒนธรรมไทย-จีน เข้ากับประสบการณ์ระดับนานาชาติ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2572
องค์ประกอบสำคัญของอภิมหาโปรเจกต์มิกซ์ยูสนี้ ประกอบด้วย:
- Universal Partnership: ร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนาพื้นที่ประสบการณ์ความสนุกระดับโลกในธีม ‘Kung Fu Panda’ โดยหยิบยกอัตลักษณ์และเรื่องราวของย่านเยาวราชมาถ่ายทอด
- Luxury Hospitality: โรงแรมระดับลักชัวรีแบรนด์ระดับสากล 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ และโรงแรมคิมป์ตัน แบงค็อก ไชน่าทาวน์
- Commercial & Culture: พื้นที่ชอปปิงระดับพรีเมียม ศาลาจีนร่วมสมัย และพื้นที่กิจกรรมวัฒนธรรมสำหรับชุมชน
วางโครงสร้างคมนาคมสีเขียว กระจายรายได้สู่ฐานราก
วัลลภา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเวิ้งนครเกษมคือ การสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ยั่งยืนและเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ โดยโครงการจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมของย่านเยาวราช ผ่านการพัฒนาระบบรถราง (Tram) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในย่าน พร้อมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางการสัญจรทางน้ำผ่านคลองโอ่งอ่างและแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อเนื่องไปยังระบบรถไฟฟ้า MRT และจัดพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่รองรับได้กว่า 800 คัน เพื่อช่วยกระจายรายได้และปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นในชุมชน
ความร่วมมือในบิ๊กดีลครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของทั้งสองสถาบันในเวทีระดับโลก
โดย AWC ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลก และคว้าคะแนนประเมินสูงสุดจาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (S&P CSA) ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ พร้อมอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ขณะที่ SCB (ภายใต้กลุ่ม SCBX) คว้าคะแนนสูงสุดในกลุ่มธนาคารของประเทศไทย และอยู่ในกลุ่ม Top 10% ของ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 พร้อมทั้งติดอันดับใน A-List ของ การประเมินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

