สารัชถ์ ซีอีโอ GULF หวังขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรป ชี้วิกฤตพลังงานบีบโลกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเร็วขึ้น พร้อมปั้นธุรกิจ LNG Trading ทั่วโลก ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15% พร้อมรับไทยเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าเสรี
สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวในระหว่างการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ถึงทิศทางและอนาคตของบริษัท โดยเน้นย้ำถึงการก้าวไปสู่การเป็นผู้เล่นในระดับโกลบอล (Global Scale) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรปและธุรกิจ LNG แพลตฟอร์มเทรดดิ้งทั่วโลก
ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน
จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สารัชถ์กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางกระทบกับทุกคนไม่ว่ามากหรือน้อย อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อบริษัทไม่มากนัก ส่วนที่กระทบบ้างคือการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผ่านมามีปัญหาเรือขนส่งติดค้าง 1 ลำ แต่สามารถนำเข้าจากไนจีเรียทดแทนได้ ในระยะกลางถึงยาวเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาการนำเข้า LNG แม้ราคาอาจผันผวนตามตลาด
ส่วนที่จะมีผลกระทบบ้างคือค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หากรัฐบาลไม่ปรับขึ้นค่า Ft ให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น จะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนราว 7% ของลูกค้าทั้งหมด
ส่วนผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจ AIS คือกำลังซื้อที่หายไป เช่น จากเดิมที่ลูกค้าอาจเติมเงินครั้งละ 1,000 บาท อาจเปลี่ยนเป็นการเติมเงินครั้งละ 500 บาท แบ่งเป็น 2 ครั้ง
ปักธงยุโรป-ปั้น LNG Trading
สารัชถ์เปิดเผยว่า ปัจจุบัน GULF ได้ขยายการลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก และล่าสุดได้เปิดออฟฟิศที่ประเทศอังกฤษ เพื่อดูแลการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนทั่วภูมิภาคยุโรป โดยมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมันที่เกิดขึ้น ซึ่งบีบคั้นให้หลายประเทศต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน และก๊าซ มาสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
“ยุโรปและอังกฤษมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างแข็งแรงและมีความสม่ำเสมอมากกว่าอเมริกา เราคาดว่าธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในยุโรปจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” สารัชถ์กล่าว
นอกจากนี้ GULF ยังเตรียมปั้นธุรกิจ LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) ให้เป็นแกนหลักใหม่ที่จะสร้างรายได้ในอนาคต หลักๆ คือ LNG Platform Trading ครอบคลุมตั้งแต่การตั้งสถานีรับ-จ่าย LNG การ Optimization Trading ไปจนถึงการจัดส่ง LNG ซึ่งธุรกิจทั้งสองส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียนในยุโรป หรือ LNG ก็ตาม ล้วนเป็นธุรกิจในระดับ Global Scale ที่ไม่มีขีดจำกัดด้านขอบเขตพื้นที่เหมือนธุรกิจพลังงานในไทย
หนุนไฟฟ้าเสรีในไทย รับเทรนด์ EV Car
ในมุมกลับกันภาวะสงครามในส่วนของทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานและเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สารัชถ์มองว่า วิกฤตพลังงานเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ EV เร็วขึ้น ซึ่ง GULF พยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจโลกที่เปลี่ยนไป
สำหรับในประเทศไทย สารัชถ์เชื่อว่า ในอนาคตจะมีการเปิดไฟฟ้าเสรีมากขึ้น โดยประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าผ่านมือถือได้ เลือกผู้จำหน่ายได้หลายราย และตั้งเวลาชาร์จรถ EV ในช่วงเวลาที่ราคาไฟฟ้าถูกที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ามาจัดการ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่าน แต่ทิศทางของอุตสาหกรรมพลังงานกำลังมุ่งไปทางนั้น
รุกหนัก Data Center ย้ำธรรมาภิบาลสู้วิกฤตความเชื่อมั่น
นอกจากธุรกิจพลังงาน GULF ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งบริษัทถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในไทย สารัชถ์มองว่า Data Center เป็นการแข่งขันในระดับภูมิภาค ที่ไทยต้องแข่งกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ได้ฝากประเด็นถึงภาครัฐให้เร่งเข้ามาตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาทำ Data Center แบบ “ศูนย์เหรียญ” ที่เข้ามาใช้ทรัพยากรของไทยทั้งไฟฟ้าและน้ำ แต่ผลประโยชน์กลับไม่ตกสู่ประเทศ
ด้านการลงทุนในกลุ่ม INTUCH สารัชถ์ยืนยันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง โดย AIS มีผลประกอบการมั่นคงและมีการกระจายธุรกิจไปสู่ Digital Company มากขึ้น ส่วนไทยคมยังมีศักยภาพที่ดีในการมุ่งสู่เทคโนโลยีดาวเทียมบรอดแบนด์และความมั่นคง
ท้ายที่สุด ท่ามกลางปัญหาความเชื่อมั่น ธรรมาภิบาล และความโปร่งใสของหลายบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สารัชถ์ย้ำว่า GULF ให้ความสำคัญกับเรื่องการตรวจสอบ ควบคุมการดำเนินงาน และธรรมาภิบาลค่อนข้างมาก โดยยืนยันว่าบริษัทดำเนินงานตามกฎหมายและธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ในส่วนการถือหุ้นใน KBANK GULF ยังคงสัดส่วนที่ 10% และยังไม่ได้มีแผนในการจะไปเพิ่มสัดส่วนแต่อย่างใด
ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10-15%
สารัชถ์คาดการณ์ว่า รายได้ของบริษัทปีนี้จะเติบโตได้ราว 10-15% จากโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ รวมกำลังการผลิตเกือบ 700 เมกะวัตต์ ทั้งพลังงานหมุนเวียนในประเทศ โครงการโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นจากลูกค้าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
ในด้านการเงิน ปัจจุบัน GULF มีต้นทุนเงินกู้เฉลี่ยค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 3% และมีสัดส่วนเงินกู้แบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ถึง 95% สำหรับสัดส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Debt to EBITDA) ที่อาจดูค่อนข้างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากมีโครงการระหว่างการพัฒนาหลายรายการที่แต่ละโครงการต้องใช้เวลาก่อสร้างนาน แต่เมื่อโครงการเหล่านี้เริ่มเปิดดำเนินการแล้ว จะได้รับกระแสเงินสดที่ค่อนข้างแน่นอนในระยะยาว ซึ่งคาดว่าตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไปหนี้สินต่อ EBITDA จะทยอยลดลง นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนทำ Asset Recycle โดยการขายสินทรัพย์ เช่น โครงการขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหรือคืนเงินกู้ด้วย


