เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า ไม่เคยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรค้ามนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสเปิดการไต่สวนสาธารณะ ถือเป็นการจุดประเด็นดังกล่าวให้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาและสามีของเธอพยายามไม่พูดถึงก็ตาม
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (10 เมษายน) เมลาเนียแถลงการณ์ผ่านช่องทางของทำเนียบขาว โดยเริ่มต้นกล่าวว่า ทุกคำกล่าวหาที่เชื่อมโยงเธอกับเอปสตีนต้องยุติลงในวันนี้ พร้อมยืนยันว่า เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเอปสตีน หรือแม้แต่ กิสเลน แม็กเวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรม โดยย้ำว่า การตอบอีเมลระหว่างเธอสองคนเป็นเพียงการติดต่อทั่วไป และไม่ได้มีนัยสำคัญแต่อย่างใด
“ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนกับเอปสตีน แม้ว่าทรัมป์และฉันจะเคยถูกเชิญไปงานเดียวกับเขาเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมในนิวยอร์กและปาล์มบีช
“ฉันไม่ใช่เหยื่อของเอปสตีน และเขาไม่ได้เป็นผู้แนะนำฉันให้รู้จักกับสามี ฉันพบทรัมป์โดยบังเอิญในงานเลี้ยงที่นิวยอร์กในปี 1998 ซึ่งมีการบันทึกไว้อย่างละเอียดในหนังสือ Melania” เธออธิบาย
สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งระบุว่า เขาพบเอปสตีนครั้งแรกช่วงปี 2000 ในงานเลี้ยงที่เธอไปกับทรัมป์ แต่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่า เขาทำผิดกฎหมายอะไรบ้าง โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มักมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เช่น ภาพถ่ายของเธอกับเอปสตีน และข่าวปลอมในโซเชียลมีเดีย แต่เธอไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่พยาน ไม่มีชื่อในเอกสาร คำให้การ หรือการสอบสวนของ FBI ในคดีดังกล่าว
เมลาเนียย้ำว่า การใส่ร้ายป้ายสีทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวต้องยุติลง โดยขณะนี้ มีบุคคลและหลายองค์กรถูกบังคับให้ขอโทษและถอนคำกล่าวอ้าง เช่น The Daily Beast และ HarperCollins UK พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดการไต่สวนเพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับเหยื่ออย่างเป็นทางการ
“ขณะนี้ถึงเวลาที่สภาคองเกรสต้องดำเนินการ เอปสตีนไม่ได้กระทำเพียงลำพัง และควรมีการเปิดเผยความจริงอย่างโปร่งใส
“ฉันเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดการไต่สวนสาธารณะเพื่อผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของเอปสตีน เปิดโอกาสให้พวกเธอได้ให้การภายใต้คำสาบาน และบันทึกคำให้การไว้ในประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ” เมลาเนียทิ้งท้าย
อนึ่ง สตรีหมายเลขหนึ่งไม่ได้ระบุเหตุผลที่เธอออกมาพูดในวันนี้ ถือเป็นการรื้อฟื้นประเด็นเอปสตีนไฟล์ที่หลุดออกจากความสนใจของผู้คนท่ามกลางข่าวสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยโฆษกของสตรีหมายเลขหนึ่งกล่าวว่า ผู้ช่วยของทรัมป์ได้รับทราบถึงแผนการสำหรับแถลงการณ์ของเธอในวันนี้แล้ว
แถลงการณ์ที่ต้องใช้ความกล้าหาญทางการเมือง
อนึ่ง Reuters ตั้งข้อสังเกตว่า แม้สตรีหมายเลขหนึ่งจะเคยออกมาพูดประเด็นทางการเมืองเป็นครั้งคราว แต่แถลงการณ์ของเมลาเนียมีความพิเศษ โดย ไมเคิล ลาโรซา อดีตเลขาธิการฝ่ายสื่อสารมวลชนของ จิล ไบเดน อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งระบุว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกัน ไม่มีสตรีหมายเลขหนึ่งคนไหนออกมาพูดถึงประเด็นอื้อฉาวในสาธารณะ โดยเฉพาะการใช้ช่องทางของทำเนียบขาวประกาศอย่างเป็นทางการ
“ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก” เธอระบุ โดยย้ำว่า เมลาเนียตั้งใจและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ พร้อมประเมินว่า การแถลงการณ์ของเธอจะสั่นสะเทือนในทางการเมืองมาก จนไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวออกมาพูดอีก
อย่างไรก็ดี เหยื่อจากเอปสตีนจำนวนหนึ่งพยายามคัดค้านข้อเสนอการไต่สวนสาธารณะของเมลาเนีย โดยระบุว่า พวกเธอได้ทำหน้าที่มากพอแล้วในการเผยแพร่อาชญากรรมของเอปสตีนในคำให้การและรายงานต่างๆ ต่อจากนี้ คือหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ต้องดำเนินการต่อ พร้อมขอให้รัฐบาลทรัมป์ปฏิบัติตามกฎหมาย Epstein Files Transparency Act อีกด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้สั่งปลด แพม บอนดี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม หลังมีรายงานว่า เขาไม่พอใจกับท่าทีของเธอที่รับมือประเด็นเอปสตีนไฟล์ เช่น การหลุดพูดว่า รัฐบาลมีรายชื่อ ‘ลูกค้า’ ของเอปสตีนในมือ
ภาพ: Evan Vucci / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/us/melania-trump-says-she-never-had-relationship-with-epstein-2026-04-09/
- https://www.youtube.com/watch?v=vyn-_Tsl5A0


