×

ผู้นำโลกมีท่าทีอย่างไรต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน?

08.04.2026
  • LOADING...
ภาพข่าว การหยุดยิง ระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน และท่าที นานาชาติ ต่อ สันติภาพ ตะวันออกกลาง

หลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เรียกร้องให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งขอให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ และชื่นชมบทบาทของปากีสถานในการ้เป็นตัวกลางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการหยุดยิง

 

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยการเจรจาเพื่อสรุปข้อตกลงสันติภาพจะเริ่มขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันศุกร์นี้ (10 เมษายน)

 

การหยุดยิงชั่วคราวครั้งนี้ จะทำให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลาง

 

การจับตามองจากทั่วโลกที่ตั้งความหวังให้ความขัดแย้งที่ก่อผลกระทบรุนแรงยุติลง

 

และนี่คือท่าทีของหลายประเทศต่อการหยุดยิงครั้งนี้

 

อิรัก

 

กระทรวงการต่างประเทศอิรักยินดีกับข่าวการหยุดยิง แต่ย้ำว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต้องปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดเพื่อให้บรรลุถึงการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 

อียิปต์

 

กระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์เผยแพร่แถลงการณ์บน Facebook ว่า “ข้อตกลงหยุดยิงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องคว้าไว้เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจา การทูต และการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์” และชี้ว่า “การหยุดยิงต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อการยุติปฏิบัติการทางทหารและเคารพเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ”

 

ขณะที่อียิปต์จะยังคงร่วมมือกับปากีสถานและตุรกี “เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค” ซึ่งการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ต้องคำนึงถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงที่ชอบธรรม” ของประเทศในอ่าวเปอร์เซียด้วย

 

อิสราเอล

 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการระงับการโจมตีอิหร่าน และ “ความพยายามของสหรัฐฯ ในการรับรองว่าอิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่ออเมริกา อิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับของอิหร่าน และโลกอีกต่อไป”

 

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูกล่าวว่า การหยุดยิง “ไม่รวมถึงเลบานอน” ซึ่งกองกำลังอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินและกำลังต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

 

โอมาน

 

กระทรวงการต่างประเทศโอมานแถลงยินดีกับการประกาศหยุดยิงดังกล่าวและชื่นชม “ความพยายามของปากีสถานและทุกฝ่ายที่เรียกร้องให้ยุติสงคราม”

 

“เรายืนยันถึงความสำคัญของการเร่งความพยายามในขณะนี้ เพื่อหาทางออกที่จะยุติวิกฤตจากต้นตอและบรรลุการยุติภาวะสงครามและความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างถาวร”

 

องค์การสหประชาชาติ (UN)

 

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขของการหยุดยิง “เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค”

 

กูเตอร์เรสเน้นย้ำว่า “การยุติความขัดแย้งเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนและบรรเทาความทุกข์ทรมานของมนุษย์” และขอบคุณปากีสถานและประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการหยุดยิง

 

ญี่ปุ่น

 

มินารุ คิฮาระ (Minoru Kihara) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลโตเกียวยินดีกับข่าวการหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และชื่นชมว่าเป็น “ก้าวย่างในเชิงบวก” ในขณะที่รอติดตาม “การเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย”

 

อินโดนีเซีย

 

อีวอนน์ เมเวงกัง (Yvonne Mewengkang) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงว่า จาการ์ตาต้อนรับข้อตกลงหยุดยิง และเรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ เคารพ “อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และการทูต” ของแต่ละฝ่าย

 

ขณะที่อินโดนีเซียยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทหารรักษาสันติภาพชาวอินโดนีเซีย 3 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในเลบานอนเมื่อปลายเดือนมีนาคม ท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์

 

มาเลเซีย

 

กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียแถลงว่า “การหยุดยิงถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ และเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงที่จำเป็นอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง”

 

นอกจากนี้ มาเลเซียยังเรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และด้วยความสุจริตใจ เพื่อป้องกันการกลับไปสู่การสู้รบ” พร้อมทั้งหลีกเลี่ยง “การกระทำที่ยั่วยุหรือมาตรการฝ่ายเดียวใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อเสถียรภาพที่เปราะบางของภูมิภาค หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานของโลก”

 

ออสเตรเลีย

 

แอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ยินดีกับข่าวการหยุดยิงและแสดงความหวังว่า ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 

“การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน ควบคู่ไปกับการโจมตีเรือพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซ ทำให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และต้นทุนด้านมนุษย์ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย”

 

นิวซีแลนด์

 

วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ ยินดีกับการหยุดยิง แต่มองว่าทุกฝ่ายยังต้องดำเนินการอีกมาก

 

“แม้ว่านี่จะเป็นข่าวดี แต่ก็ยังมีงานสำคัญอีกมากที่ต้องทำในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวร เนื่องจากสงครามได้ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความวุ่นวายในวงกว้างต่อตะวันออกกลางและที่อื่นๆ” เขากล่าวในโพสต์บน X

 

เยอรมนี

 

ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ชื่นชมการหยุดยิงและขอบคุณปากีสถานสำหรับบทบาทในการไกล่เกลี่ยข้อตกลง โดยเขาชี้ว่า เป้าหมายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าควรเป็นการเจรจาเพื่อ “ยุติสงครามอย่างถาวร” ผ่านช่องทางการทูต

 

ยูเครน

 

รัฐบาลยูเครนยินดีต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และการตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยอันดรี ซีบิฮา (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเรียกร้องให้วอชิงตันมีความ “เด็ดขาด” เช่นเดียวกันในการหยุดยั้งสงครามของรัสเซียต่อประเทศของตน

 

“ความเด็ดขาดของอเมริกาได้ผล เราเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีความเด็ดขาดเพียงพอที่จะบังคับให้มอสโกหยุดยิงและยุติสงครามกับยูเครน” ซีบิฮาเขียนบน X

 

ภาพ : Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising