วันนี้ (8 เมษายน) เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และ วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้ากระทรวงเป็นวันแรก พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ก่อนที่จะมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวง โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงข้าราชการประจำ รอให้การต้อนรับ
สุริยะระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่ปัจจุบันเกษตรกรไทยต้องเผชิญความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง และกติกาการค้าโลกใหม่ที่เข้มงวดขึ้น ภาครัฐจึงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นคงในอาชีพ โดยเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีและความแม่นยำมาช่วยยกระดับรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแผนการดำเนินงานผลักดันใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ การนำนวัตกรรม AI และ Big Data มาบริหารจัดการผลิต, การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและรับมือการค้าโลก, การ Upskill และ Reskill เกษตรกรให้ใช้เทคโนโลยีจัดการรายได้, การใช้ระบบตลาดนำการผลิต เพื่อควบคุมราคาสินค้าและปราบปรามการสวมสิทธิ์ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการระหว่างหน่วยงาน และลดขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงสุด
ตั้งวอร์รูม 6 ด้านเร่งด่วน ช่วยเกษตรกร
สุริยะยังเปิดเผยถึงแผนเชิงรุก โดยจะจัดตั้งวอร์รูม เพื่อขับเคลื่อน 6 ภารกิจเร่งด่วน มุ่งบริหารจัดการภาคเกษตรกรรมให้ก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤต โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- แก้ไขวิกฤตปุ๋ยและพลังงาน เร่งรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางด้วยการเจรจานำเข้าปุ๋ยจากจีน มาเลเซีย และรัสเซีย พร้อมส่งเสริมปุ๋ยชีวภาพทดแทนเคมีและสำรองปัจจัยผลิตล่วงหน้า ด้านพลังงานได้ประสานดูแลราคาน้ำมันขนส่งเกษตร พร้อมสนับสนุนสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ในเครื่องจักรกลเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร
- บริหารจัดการสินค้าและช่องทางตลาด มุ่งแก้จุดคอขวดการกระจายสินค้า โดยใช้กลไกทูตเกษตร หาตลาดส่งออกใหม่ทดแทนตลาดเดิม พร้อมยกระดับสหกรณ์ให้เป็นศูนย์กลางคัดเกรดผลไม้ และส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและโรงเรียนสั่งซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง
- บริหารจัดการน้ำรับมือเอลนีโญ พัฒนาระบบรายงานสถานการณ์น้ำแบบทันท่วงทีเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งช่วงกลางปี พร้อมเร่งรัดการก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร (เจ้าพระยา 2) ให้เสร็จตามกำหนด
- จัดการดินและที่ดินทำกิน เร่งมอบสิทธิ์ทำกินในที่ดินเกษตรกรรมให้ทั่วถึง ควบคู่กับการฟื้นฟูคุณภาพดินตามแผนที่ Agri-Map และรณรงค์สร้างพื้นที่ปลอดการเผาอย่างเคร่งครัด
- สร้างเกษตรกรยุคใหม่ (Smart Farmer) บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทย
- ส่งเสริมพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต สนับสนุนการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นพลังงานเพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหา PM2.5 พร้อมผลักดันระบบคาร์บอนเครดิตและเพิ่มศักยภาพกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการช่วยเหลือประชาชน
ขอเชื่อมั่น ยึดผลประโยชน์เกษตรกร จ่อบินรัสเซียเจรจานำเข้าปุ๋ยยูเรีย
“ผมขอยืนยันความตั้งใจที่จะทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อพี่น้องเกษตรกร ประตูห้องทำงานของผมเปิดกว้างเสมอ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน และขอให้เชื่อมั่นว่า ทุกการตัดสินใจของผมจะยึดประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรและประเทศชาติเป็นสำคัญ” สุริยะกล่าว
สุริยะกล่าวด้วยว่า แม้ตนจะไม่เคยอยู่กระทรวงเกษตรฯ แต่เชื่อมั่นในการทํางานด้านบริหารมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตนจะบินไปยังประเทศรัสเซียเพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยยูเรียที่มีความขาดแคลน และมีความต้องการเร่งด่วนอยู่ที่ 2 ล้านตัน โดยจะพยายามนําเข้ามาให้ทันกับการเพาะปลูกในฤดูกาลที่จะถึง และจะมีการเจรจากับผู้นําเข้าปุ๋ยในวันพรุ่งนี้ (9 เมษายน) เวลา 14.00 น.
ส่วนเรื่องปัญหาราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานและรัฐบาลจะมีมาตรการออกมา เพื่อช่วยเกษตรกร แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีการหารือ สำหรับการพักหนี้เกษตรกร และการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยราคาถูกในการซื้อปุ๋ยถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าใครเข้ามาก็ต้องการช่วยให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ ทั้งนี้ มองด้วยว่าในส่วนของปุ๋ยพบข้อมูลว่ามีการกักตุน ซึ่ง อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่หากมีการนําเข้าปุ๋ย พวกที่กักตุนก็จะปล่อยปุ๋ยในสต็อกออกมาทําให้ราคาถูกลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่านโยบายทั้งหมดสามารถทําได้จริง สุริยะกล่าวย้ำว่า มั่นใจ ถ้าไม่มั่นใจไม่พูด และหากพบว่ามีอุปสรรคตนก็จะหาทางแก้ไข
ด้าน ปิยะรัฐชย์ ระบุว่า ขอทุกท่านทํางานให้หนักขึ้นและเราจะทํางานให้หนักขึ้นยิ่งกว่าเดิม ยืนยันว่าเราทั้งสามท่านจะรับฟังปัญหาที่ทุกกรมได้เจอ ขอเป็นฟันเฟือง และพบเจอทุกท่านให้บ่อยขึ้น
ส่วนวัชระพลกล่าวว่า เราทํางานภายใต้นโยบายเดียวกันไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก โดยตนจะเน้นการลงพื้นที่ และทํางานร่วมกับ สส. รับเรื่องมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชน และเชื่อว่าทุกคนในที่นี้จะเป็นความหวังให้กับเกษตรกร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้ากระทรวงมีกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน ปักหลักชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการเขื่อนและชลประทาน
ทั้งนี้ ในการเข้าทำงานในวันแรก มีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำ สส. และสมาชิกของพรรคเพื่อไทยเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี
จุลพันธ์เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาแสดงความยินดี ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงก็จะมีความร่วมมือ และมีนโยบายที่มีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน และมาให้กำลังใจ













