ความเคลื่อนไหวร่วมกันครั้งแรกในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ออกแถลงการณ์ร่วมและตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อประกาศยกระดับปัญหา ฝุ่น PM2.5 ให้เป็น ‘วิกฤตสุขภาพแห่งชาติ’ อย่างเต็มรูปแบบ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นระบบ รวมถึงการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด
ช่วงหนึ่งของแถลงการณ์ได้เตือนรัฐบาลว่า อย่าปัดตกกฎหมายฉบับนี้เพียงเพราะข้ออ้างเรื่องความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย ภาระของภาคธุรกิจ หรือการเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการประจำ เพราะการปกป้องชีวิตประชาชนต้องสำคัญกว่าผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจระยะสั้น
จุดยืนที่สำคัญที่สุดของพรรคร่วมฝ่ายค้านคือความกังวลต่อผลกระทบเชิงลึกทางสุขภาพ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้สะท้อนปัญหาจากการลงพื้นที่จริง โดยชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นเหตุสลดที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเกือบทุกปี รัฐบาลจึงต้องวางแผนจัดสรรงบประมาณ เตรียมกำลังพล อุปกรณ์ป้องกัน และสวัสดิการให้ดีเพียงพอเพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่ากลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถปรับปรุงที่พักให้เป็นห้องปิดเพื่อติดเครื่องปรับอากาศได้ ณัฐพงษ์จึงเสนอให้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการแจกจ่ายมุ้งสู้ฝุ่นสำหรับเตียงผู้ป่วย และการจัดทำห้องปลอดฝุ่นหรือห้องแรงดันบวกซึ่งใช้ต้นทุนไม่สูงแต่มีประสิทธิภาพ
พร้อมยืนยันว่าท้องถิ่นและ สส. พร้อมนำทรัพยากรไปช่วยเหลือประชาชนทันทีหากรัฐบาลสนับสนุน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ฝ่ายค้านจะนำไปผลักดันต่อในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งมีมติจัดตั้งขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่การทำงานของภาครัฐ
ด้าน การดี เลี่ยวไพโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เน้นย้ำว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ จะต้องติดตามแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมทั่วประเทศ ไม่ใช่ทำงานเฉพาะกิจตามฤดูกาลที่มีวิกฤตแล้วก็เงียบหายไป นางการดียืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลควรผลักดันต่อเนื่องไปจนถึงระดับวุฒิสภา แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมหรือต้องแก้ไขเนื้อหาบางส่วนก็ควรเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย แต่ไม่ควรปัดตกแล้วกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
“อากาศสะอาดไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบและผลักดันกฎหมายนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะการนิ่งเฉยถือเป็นความล้มเหลวต่อความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ” แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทิ้งท้าย








