×

รองจเรฯ แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ชี้เป็นเทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว หวังเบี่ยงเบนคดี

โดย THE STANDARD TEAM
31.03.2026
  • LOADING...
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีคดีเว็บพนัน BNK Master

วันนี้ (31 มีนาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบอำนาจให้ทนายความเดินทางเข้ายื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ BNK Master จำนวน 10 นาย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) และข้อหาแจ้งความเท็จ

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหรือพนักงานสอบสวน ถือเป็นสิทธิทางกฎหมายที่ผู้ต้องหาสามารถทำได้ และเป็นหนึ่งในเทคนิคการต่อสู้คดีที่มักพบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องหาที่มีอิทธิพล มีอำนาจ หรือมีทุนทรัพย์ในการว่าจ้างทนายความ ซึ่งเป้าหมายหลักมักเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว เพื่อให้พนักงานสอบสวนเกิดความกังวล เสียสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่ หรือเพื่อบีบให้เกิดการเจรจาระหว่างคู่กรณี

 

นอกจากนี้ ประเด็นที่ทนายความนำมาฟ้องร้องในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอหมายค้น หมายจับ หรือข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางการแต่งตั้ง ล้วนเป็นประเด็นเดิมที่กลุ่มผู้ใกล้ชิดของผู้ต้องหาเคยนำไปฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ มาแล้ว ซึ่งในคดีก่อนหน้า ศาลได้มีคำวินิจฉัยและคำพิพากษาไปแล้วว่าเป็นเพียงการจินตนาการและการคาดคะเนของฝั่งผู้ต้องหา การยื่นฟ้องครั้งนี้จึงเป็นเพียงการนำเรื่องเดิมมาเปลี่ยนตัวละครใหม่เท่านั้น

 

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าชุดพนักงานสอบสวนเป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ต้องหานั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ปฏิเสธอย่างชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่ขับรถฝ่าไฟแดง แล้วถูกผู้ต้องหาฟ้องกลับว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หากวันถัดมาบุคคลเดิมขับรถฝ่าไฟแดงอีก ตำรวจก็ยังคงมีสิทธิและหน้าที่ในการจับกุมเช่นเดิม

 

“การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่สืบสวนจับกุมตามกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าตำรวจผู้นั้นจะกลายสภาพเป็นคู่ขัดแย้งส่วนตัวกับผู้ต้องหา คำว่าคู่ขัดแย้งเป็นเพียงวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการดิสเครดิต และพยายามผลักดันไม่ให้ชุดทำงานนี้รับผิดชอบคดี” พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว

 

สำหรับประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติส่งสำนวนคดีกลับมาให้พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการต่อนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดย ป.ป.ช. ได้ใช้ดุลยพินิจพิจารณาแล้วเห็นว่า การให้ตำรวจสอบสวนขยายผลต่อจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการก็ต้องรายงานกลับไปยัง ป.ป.ช. และส่งต่อให้พนักงานอัยการพิจารณาต่อไป

 

ในช่วงท้าย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ชี้แจงถึงความแตกต่างของคดีที่เกี่ยวพันกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ ซึ่งมีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งเรื่องการฟอกเงินจากเว็บพนัน การแอบอ้างบัญชีทรัพย์สิน และการติดสินบน โดยได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบ่อนการพนันที่ย่านเตาปูน และไปร่วมหุ้นเปิดบ่อนอีกแห่งที่ย่านบางนา โดยใช้บัญชีรับเงินบัญชีเดียวกัน การที่ตำรวจจับกุมบ่อนที่เตาปูนไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ให้ตำรวจดำเนินคดีกับบ่อนที่บางนาได้

 

คดีเว็บพนันก็เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องแยกดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี พร้อมยืนยันทิ้งท้ายว่าคณะทำงานชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและกฎหมายอย่างถูกต้องมาโดยตลอด จึงไม่มีความกังวลต่อการถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด และจะมุ่งมั่นเดินหน้าทำคดีต่อไปเพื่อนำไปสู่การพิจารณาในชั้นศาลตามกระบวนการยุติธรรม

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising