วันนี้ (1 สิงหาคม) เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก ได้เริ่มบังคับใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งค้างชำระอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับวินัยจราจรและเสริมสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับมาตรการดังกล่าวจะ ไม่มีผลย้อนหลังกับใบสั่งที่ออกก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญจะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถเดินทางไปต่อภาษีรถประจำปี หากระบบตรวจสอบพบว่ามีใบสั่งค้างชำระ ประชาชนสามารถเลือกชำระค่าปรับพร้อมกับค่าภาษีเบ็ดเสร็จได้ทันที ณ ที่ทำการของกรมการขนส่งทางบก แต่หากเจ้าของรถตัดสินใจ ชำระเพียงแค่ค่าภาษีโดยไม่ยอมจ่ายค่าปรับจราจร จะส่งผลให้ ไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษี หรือ ป้ายวงกลม) ฉบับจริง จนกว่าจะดำเนินการชำระค่าปรับจราจรจนครบถ้วน
ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินการนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความเป็นธรรมและให้เวลาแก่ประชาชน โดยหากผู้กระทำผิดไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งใบแรก ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมายตามไปอีกครั้ง
และหากยังคงเพิกเฉยเป็นระยะเวลา 60-90 วัน ข้อมูลการค้างชำระทั้งหมดจึงจะถูกส่งเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งคาดการณ์ว่าผลกระทบที่ชัดเจนจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ที่ผู้ค้างชำระจะเริ่มเห็นข้อมูลใบสั่งปรากฏในระบบเมื่อไปต่อภาษี
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการยืนยันความโปร่งใสและปกป้องสิทธิของประชาชน ระบบเชื่อมโยงข้อมูลใหม่นี้จะแสดงรายละเอียดให้ผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบหลักฐานได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สำเนาใบสั่ง สำเนาเอกสารแจ้งเตือน หลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ ตลอดจนข้อมูลของเจ้าพนักงานผู้ออกใบสั่ง
ภาครัฐจึงขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และหมั่นตรวจสอบสถานะใบสั่งของตนเอง เพื่อความสะดวกในการต่อภาษีประจำปี และหลีกเลี่ยงปัญหาความยุ่งยากจากการขับขี่รถโดยไม่มีป้ายภาษีตัวจริงครอบครอง


