×

กระทรวงดีอี เปิดสถิติ 7 ข่าวฮิตโซเชียล ยืนยันดัชนีความร้อนพุ่ง 60 องศาฯ เป็นเรื่องจริง พร้อมแนะ 7 วิธีรับมือ

โดย THE STANDARD TEAM
31.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบดัชนีความร้อนพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส พร้อมวิธีรับมือ

วันนี้ (31 มีนาคม) เวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center: AFNC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม ของไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับความตระหนักรู้ของประชาชนให้รู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

 

จากการตรวจสอบข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา AFNC พบข้อความทั้งหมด 164,207 ข้อความ โดยมีข้อความที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 2,521 ข้อความ ซึ่งแหล่งที่มาหลักคือระบบ Social Listening (2,520 ข้อความ) และช่องทางเว็บไซต์ (1 ข้อความ) ทั้งนี้ มีเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องรวม 27 เรื่อง และได้รับผลการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง

 

สำหรับประเด็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 อันดับแรก แบ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง

 

  • อันดับที่ 1 (ข่าวจริง): ต้นเดือนเมษายน 2569 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส
  • อันดับที่ 2 (ข่าวจริง): ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว
  • อันดับที่ 3 (ข่าวจริง): สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทยกว่า 1,000 เที่ยว
  • อันดับที่ 4 (ข่าวปลอม): ชาวอิสราเอล 425,000 คน เตรียมอพยพเดินทางเข้าไทย
  • อันดับที่ 5 (ข่าวบิดเบือน): น้ำฟักเขียว-ปลิงทะเลต้ม ช่วยควบคุมน้ำตาลและรักษาเบาหวานให้หายขาดได้
  • อันดับที่ 6 (ข่าวปลอม): โรงพยาบาลแออัดหนัก ปี 2569 มีผู้ติดเชื้อจากปรสิตสูงสุดถึง 158 เท่า
  • อันดับที่ 7 (ข่าวปลอม): ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้เงิน ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ baac.koya

 

สำหรับข่าวอันดับ 1 ที่ได้รับความสนใจสูงสุด กระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาและยืนยันว่าเป็นข่าวจริง โดยชี้แจงว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) คืออุณหภูมิที่ร่างกายคนเรารู้สึกได้จริง ซึ่งเกิดจากการนำอุณหภูมิของอากาศมาคำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ยิ่งอากาศมีความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อนและอึดอัดมากกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จากเครื่องวัดทั่วไป

 

ด้วยเหตุดังกล่าว สภาพอากาศที่มีดัชนีความร้อนสูงระดับนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ, เด็ก, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยเรื้อรัง, ผู้ทำงานกลางแจ้ง, ผู้ที่มีภาวะอ้วน, ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง) ทางหน่วยงานจึงแนะนำ 7 วิธีดูแลสุขภาพ ดังนี้

 

  • ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือการทำงานกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 13.00-16.00 น.
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ วันละ 6-8 แก้ว โดยจิบเรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ
  • งดเครื่องดื่มบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง (น้ำหวาน, น้ำอัดลม)
  • แต่งกายให้เหมาะสม สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก และใช้ร่มเพื่อกันแดด
  • เฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยา ผู้ที่ต้องรับประทานยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ หรือยารักษาจิตเวช ควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยาอาจมีผลต่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
  • ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นกลุ่ม ไม่ควรอยู่คนเดียว เพื่อให้สามารถสังเกตอาการผิดปกติและช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที
  • ดูแลผู้สูงวัยเป็นพิเศษ ให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการออกแดดจัด

 

ในช่วงท้าย เวทางค์ ได้ย้ำเตือนประชาชนให้ตระหนักรู้และระมัดระวังการเสพข่าวสารบนโซเชียลมีเดีย เนื่องจากการหลงเชื่อและส่งต่อข่าวปลอมอาจสร้างความเข้าใจผิด ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างความตื่นตระหนกในวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนยึดหลักชัวร์ก่อนแชร์ โดยเลือกรับและส่งต่อข้อมูลจากหน่วยงานทางการที่เชื่อถือได้เท่านั้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising