วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน: สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ ‘พม. CARE’ เพื่อช่วยให้คนที่มีสิทธิต้องไม่ตกหล่น และคนที่ไม่ควรได้รับสิทธิจะไม่ซ้ำซ้อน
นิกรกล่าวว่า กระทรวง พม. พยายามสร้างให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันงบประมาณเราถูกตัดซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายได้ ‘พม. CARE’ จะเข้ามาช่วยแม้งบประมาณเราจะลดลง และเราเผชิญความท้าทาย 5 ด้าน คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, อัตราการเกิดลดลง, สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์, การพัฒนาทางเทคโนโลยี และภาพรวมงบประมาณของรัฐบาลที่ควรจะได้รับการปรับโครงสร้างเพราะมีแนวโน้มลดลงทุกปี
พม. จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการยื่นคําขอรับความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้วยตนเอง ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อ ‘พม. CARE’ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะ และเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมอยู่ในฐานข้อมูลระบบเดียว ทำให้หน่วยงานอื่นจะมาขอข้อมูลนี้เพื่อยกระดับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสวัสดิการของรัฐมากขึ้น และนําไปปรับปรุงนโยบายในอนาคต
นิกรกล่าวย้ำว่า ในการที่กลุ่มเปราะบางเข้าถึงระบบ มองว่าไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่อาจจะมีแค่ช่วงแรก ทั้งนี้หากระบบได้ใช้งานจะสามารถติดตามคำขอที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อว่ากลุ่มเปราะบางหลายท่านต้องขยับมาใช้สมาร์ตโฟน แต่เจ้าหน้าที่ พม.และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ก็ยังทำงานเหมือนเดิม ‘พม. CARE’ เป็นเพียงช่องทางที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น ข้อมูลที่เข้ามาจะเชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมใน MSO LogBook และปรับการจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด
ด้าน กันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกเปลี่ยนไป เราต้องปรับ ยังมีพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ที่เรายังไม่รู้จักยังค้นหาไม่พบ หากใช้วิธีการแบบเดิม รอเขาส่งมา รอท้องถิ่นส่งมา จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเปิดทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิสวัสดิการด้วยตนเอง ตามที่ รมว.พม. เน้นย้ำให้นำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น และลดการใช้ทรัพยากร ความเสี่ยงในการเดินทางเพื่อเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย
ปลัดกระทรวง พม. ย้ำว่า ‘พม. CARE’ คืออีกหนึ่งช่องทางใหม่ ควบคู่กับช่องทางเดิม เพื่อรองรับประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าถึงสิทธิด้วยตัวเองอย่างง่าย และออกเป็นระเบียบให้เป็นแนวทางปฏิบัติของกระทรวง ควบคู่กับเชื่อมโยงระบบอื่น อาทิ MSO LogBook ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์, พม. Smart ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ประชาชนแจ้งขอรับความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหาทางสังคม อย่างไรก็ตาม ไม่ปฏิเสธว่ายังมีกลุ่มคนเปราะบางที่ตกหล่น แต่ได้ร่วมกับท้องถิ่นเพื่อพยายามดึงคนเหล่านั้นเข้ามาในระบบ
ทั้งนี้ ‘พม. CARE’ สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่การยื่นคำขอ และการพิจารณาสิทธิสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Service บนโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ตโฟน โดยรายชื่อเก่าจะมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 10 วันทำการจากเดิมที่ใช้เวลาเป็นเดือน ส่วนรายชื่อใหม่อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบจะใช้เวลาพิจารณาคำขอไม่เกิน 15 วันทำการ
สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 2. เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน 3. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว 4. เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 5. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และ 6. เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก







