สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปความคืบหน้าของกระทรวงการต่างประเทศต่อสถานการณ์สงครามอิหร่านในเวที Meet the Press หัวข้อ 1 เดือนวิกฤตโลก: แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ชี้เร่งดูแลคนไทยทั่วตะวันออกกลาง หาแผนสำรองน้ำมันเพิ่มเติม และติดตามความเคลื่อนไหวเรือมยุรีนารีอย่างใกล้ชิด
วันนี้ (28 มีนาคม) รัฐบาลนำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ ได้แก่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สีหศักดิ์ระบุว่า สงครามสหรัฐอเมริกา-อิหร่านไม่ควรเกิดขึ้น โดยการยึดมั่นในกติการะหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อสถานการณ์สู้รบเกิดขึ้นแล้ว การดำเนินการอย่างทันท่วงทีในทุกมิติจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ขัดแย้งเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
เร่งอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง
รมว.กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีคนไทยในตะวันออกกลางมากกว่า 1 แสนคน โดยในอิสราเอลมากสุด 6.5 หมื่นคน และในอิหร่านประมาณ 300 คน กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดตั้งวอร์รูม และประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในทุกประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลคนไทย พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของแต่ละประเทศ
สีหศักดิ์กล่าวว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับปฏิบัติการอพยพคนไทยในอิหร่านเป็นพิเศษ โดยได้สั่งการให้สถานทูตอพยพคนไทยทุกคนที่มีความประสงค์จะกลับประเทศไทย แม้จะเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก เช่น ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ 10 ชั่วโมงมายังตุรกี โดยมีหน่วยพิเศษให้การดูแล พร้อมทั้งขอให้อิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล หลีกเลี่ยงการโจมตีเส้นทางที่ไทยใช้ ซึ่งสุดท้าย ทุกคนก็ได้เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย
ประสาน ขอบคุณ และแสดงความห่วงใยกลุ่มประเทศอ่าว
สำหรับประเด็นทางการทูต ไทยได้ติดต่อและหารือกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ จอร์แดน โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และกำลังเตรียมหารือกับกาตาร์เร็วๆ นี้ โดยเน้นย้ำ 2 ประเด็นสำคัญ คือ ขอให้ช่วยดูแลความปลอดภัยของคนไทย และขอบคุณที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับ รวมถึงย้ำว่า ไทยห่วงใยสถานการณ์และพร้อมยืนเคียงข้างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบ
ติดต่ออิหร่าน-ติดตามเรือมยุรีนารี
ในส่วนการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านได้ประกาศปิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งของไทยโดยตรง เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งจดหมายหาทางการอิหร่าน และย้ำหลักการสิทธิในการเดินเรืออย่างเสรีภาพ ซึ่งทางเตหะรานอนุญาตให้ไทยเดินเรือผ่าน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน
กรณีความคืบหน้าของเรือสินค้าไทยมยุรีนารี หลังถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีในต้นเดือนมีนาคม สีหศักดิ์ระบุว่า ลูกเรือ 20 คนได้รับความช่วยเหลือผ่านโอมานเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ล่าสุด ทางการอิหร่านแจ้งว่าเข้าถึงเรือแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดและชะตากรรมของลูกเรืออีก 3 คน ซึ่งขณะนี้ไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่ม
นอกจากนี้ สีหศักดิ์ยังกล่าวว่า แม้ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอในปัจจุบัน แต่เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศได้ใช้ช่องทางการทูตติดต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่นบราซิล ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน และคาซัคสถาน ซึ่งต่างแสดงความพร้อมจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม
ใช้เวทีอาเซียนผลักดันประเด็นความมั่นคง
สุดท้าย ในเวทีการประชุมรัฐมนตรีระหว่างประเทศในอาเซียน ซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการหารือแบบพิเศษ สีหศักดิ์ย้ำว่า เรื่องที่ควรหารือร่วมกันมากที่สุด คือ ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร แม้ยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ควรเตรียมพร้อมไว้รับมือวิกฤตในอนาคต


