รู้สึกไหมว่าทุกครั้งที่เปิดโซเชียลมีเดียขึ้นมา เรามักเจอแต่คนที่เก่งกว่า ได้รับการยอมรับมากกว่า และดูมั่นใจกว่าเราไปหมด
ในโลกที่ AI กำลังแย่งพื้นที่ของงานเชิงเทคนิคไปทีละนิด ความกังวลของคนทำงานไม่ใช่แค่เรื่องความไม่มั่นใจ แต่เป็นเรื่องการเอาตัวรอดด้วย
แต่ข่าวดีคือ โลกการทำงานจริงอาจไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่ให้รางวัลกับคนที่ทำให้ทีมไปต่อได้ต่างหาก
ทำไม ‘เป็ด’ อาจได้เปรียบกว่า?
หลายคนอาจมองว่า ‘เป็ด’ ก็เป็นแค่ Buzz word ปลอบใจตัวเองสำหรับคนที่ไม่เป็นเอกอุในทางใดเลย แต่จริงๆ แล้วมันอาจมีประโยชน์มากว่านั้น
David Epstein นักเขียนสายวิทยาศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ Range อธิบายว่า ในโลกที่กติกาเปลี่ยนเร็วและปัญหาไม่ได้มีคำตอบตายตัว คนที่มีความรู้กว้างและเชื่อมโยงข้ามศาสตร์ได้ มักรับมือกับสถานการณ์แบบ wicked environments หรือสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ดีกว่าคนที่เชี่ยวชาญลึกเพียงทางเดียว เพราะพวกเขามองเห็นรูปแบบและยืมบทเรียนจากหลายวงการมาแก้โจทย์ใหม่ได้เร็วกว่า
ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อดูรายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum หรือ WEF พบว่า 22% ของงานปัจจุบันจะเปลี่ยนไปภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน ‘ทักษะแกนกลาง’ หรือทักษะชุดหลักที่ทำให้คนคนหนึ่งยังทำงานในบทบาทนั้นได้ดี ก็มีแนวโน้มเปลี่ยนไปถึง 39%
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ต่อให้ตำแหน่งงานยังชื่อเดิม แต่งานข้างในอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สิ่งที่เคยทำให้เราโดดเด่นในวันนี้อาจไม่พอสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะเครื่องมือใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และความคาดหวังขององค์กรกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เจ้านายต้องการอะไรจากมนุษย์เป็ด?
คำตอบไม่ได้มีแค่ความเก่ง แต่รวมถึงทักษะที่ AI ยังเลียนแบบได้ไม่ลึกพอด้วย
รายงาน New Economy Skills: Unlocking the Human Advantage 2025 ของ WEF ระบุว่า ทักษะอย่าง empathy ความเห็นอกเห็นใจ, creativity ความคิดสร้างสรรค์, leadership ภาวะผู้นำ และ curiosity ความใฝ่รู้ เป็นกลุ่มทักษะที่ AI มีศักยภาพเข้ามาทดแทนได้เพียง 13% เท่านั้น ขณะที่กลุ่มทักษะที่นายจ้างต้องการมากขึ้นคือ คิดเป็น เข้าใจคนเป็น และเรียนรู้ต่อเนื่องเป็น
ตรงนี้ทำให้ภาพของ ‘คนเก่ง’ เปลี่ยนไปมาก คนที่มีค่าจริงในโลก 2026 อาจไม่ใช่คนที่ตอบได้ทุกเรื่อง แต่คือคนที่ฟังออกว่าทีมกำลังติดอะไร อ่านบรรยากาศเป็น ปรับตัวทัน และพูดคำว่า “ยังไม่รู้ แต่จะไปหามาให้” ได้อย่างน่าเชื่อถือ
แล้ว ‘เป็ด’ จะเป็นคนสำคัญได้อย่างไร?
หนึ่งในกรอบคิดสำคัญคือ OCB หรือ Organizational Citizenship Behavior หมายถึงพฤติกรรมที่พนักงานทำเกินกว่าหน้าที่ใน Job Description ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพ แต่เพื่อให้ทีมและองค์กรทำงานได้ดีขึ้น เช่น ช่วยเพื่อนโดยไม่ต้องรอให้ขอ เตือนความเสี่ยงล่วงหน้า หรือมองภาพรวมมากกว่าขอบเขตงานตัวเอง
คนทำงานที่เป็นเป็ดมีแนวโน้มเติบโตได้ดีเมื่อขยับบทบาทจากคนทำงานตามหน้าที่ ไปเป็น connector หรือตัวเชื่อมระหว่างทีม คนกลุ่มนี้อาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่สุดในห้อง แต่พวกเขา ‘แปลภาษา’ ระหว่างฝ่ายเทคนิค ฝ่ายธุรกิจ และผู้บริหารได้ มองเห็นผลกระทบข้ามแผนก และดึงคนที่ใช่มาช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ในองค์กรที่เต็มไปด้วยไซโล คนแบบนี้จึงมีค่ามาก เพราะปัญหาใหญ่ของหลายบริษัทไม่ใช่การขาดคนเก่ง แต่คือการมีคนเก่งที่ยังทำงานร่วมกันไม่ลงตัว
สุดท้ายนี้ คุณค่าของ ‘เป็ด’ ไม่ได้อยู่ที่ทำได้หลายอย่างแบบผิวเผิน แต่อยู่ที่ทำให้หลายอย่างต่อกันติด เขาอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นคนที่ทำให้ทั้งทีมเก่งขึ้นพร้อมกันได้ และบางครั้ง นั่นคือความสามารถที่หายากกว่าคนเก่งเสียอีก


