วันนี้ (18 มีนาคม) ภาคประมงและกลุ่มเกษตรกรเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล หลังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง กดต้นทุนการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง กระทบการประกอบอาชีพในวงกว้าง
ทั้งสองภาคส่วนเสนอให้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งตรึงราคาน้ำมัน จัดสรรเชื้อเพลิงเฉพาะกลุ่ม และกำกับต้นทุนพลังงาน เพื่อบรรเทาภาระและประคองภาคการผลิตของประเทศ
เกษตรกรร้องนายกฯ ลดต้นทุนภาคเกษตร
เวลา 13.45 น. สิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณามาตรการบรรเทาความเดือดร้อน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111
กลุ่มเกษตรกรระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดด้านการขนส่ง และความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคพืชไร่ พืชสวน และประมงเพาะเลี้ยง ที่ต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน อีกทั้งบางพื้นที่ยังประสบปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ เนื่องจากข้อจำกัดในการจำหน่ายของสถานีบริการน้ำมัน ขณะที่เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันกับเครื่องจักรกลทางการเกษตร หากไม่สามารถจัดหาได้เพียงพอ อาจทำให้การผลิตหยุดชะงัก และกระทบต่อผลผลิตและรายได้อย่างรุนแรง
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้เสนอ 2 แนวทางเร่งด่วน ได้แก่
- ให้รัฐบาลจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงแก่เกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนสามารถซื้อน้ำมันในแกลลอน เพื่อนำไปใช้ในภาคเกษตร ภายใต้หลักเกณฑ์และปริมาณที่เหมาะสม
- ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร เพื่อนำมากำหนดมาตรการกำกับดูแลราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระต้นทุนภาคเกษตรกรรม
สันติย้ำว่า มาตรการของกระทรวงพลังงานยังคงดำเนินการตามแผน พร้อมยืนยันว่าไทยมีน้ำมันเพียงพอ ก่อนรับเรื่องเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป
กลุ่มประมงยื่น 4 ข้อรัฐ ตรึงน้ำมันเขียว-ลดค่ากลั่น-เปิดนำเข้า
จากนั้น เวลา 14.15 น. ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยไตรฤกษณ์ มือสันทัด นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำผู้ประกอบการเข้าพบพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง โดยมีอธิบดีกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ก่อนการหารือ พิพัฒน์กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมและหารือกับสมาคมประมง โดยมองว่าการพูดคุยร่วมกันเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่การนำเรือไปปิดปากอ่าว พร้อมระบุว่ารัฐบาล โดยเฉพาะอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรับฟังปัญหาทุกเรื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่งผลกระทบไม่เฉพาะประเทศไทย แต่หลายประเทศทั่วโลก พร้อมขอบคุณสมาคมประมงที่ส่งหนังสือเข้าหารือ และย้ำว่าไม่ต้องการตำหนิหน่วยงานอื่นที่ออกมาเคลื่อนไหว เช่น การปิดถนนเพื่อเรียกร้อง
สำหรับข้อเรียกร้องของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ในราคาเดียวกับหน้าปั๊ม พร้อมขอให้นำเงินกองทุนน้ำมันมาพยุงราคาผ่านผู้ค้าคนกลาง (จ๊อบเบอร์) ที่จำหน่ายน้ำมันให้เรือประมงที่เติมน้ำมันบนฝั่ง
รวมถึงขอให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสำหรับชาวประมง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่มีกฎระเบียบรองรับ นอกจากนี้ยังเสนอให้ลดค่ากลั่นน้ำมันเขียวของโรงกลั่นลงลิตรละ 5 บาท และช่วยเหลือประมงพื้นบ้านให้สามารถเข้าถึงน้ำมันในราคาที่ถูกลง เนื่องจากต้องใช้น้ำมันทั้งเบนซินและดีเซล


