วันนี้ (18 มีนาคม) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวโดยการรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ที่ บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง และหน้าโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนและแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน รวมถึงปัญหาการจราจรที่สร้างภาระต้นทุนอย่างหนักให้กับภาคโลจิสติกส์
ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้เป็นตัวแทนนำเสนอข้อเท็จจริงและยื่นข้อเรียกร้องสำคัญต่อรัฐบาล โดยเน้นย้ำให้ภาครัฐตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปอีกอย่างน้อย 60 วัน เพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์โลก เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนอย่างหนักที่ราคา 30 บาทต่อลิตร หากปล่อยให้ปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึงเพดาน 33 บาท ภาคการขนส่งจะเผชิญสภาวะล่มสลาย
พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารจัดการไม่ให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการ ต้องไม่มีการจำกัดโควตาการซื้อ หรือปล่อยให้ประชาชนต้องต่อคิวรอเติมน้ำมันยาวเหยียด ซึ่งจะยิ่งสร้างความตื่นตระหนกในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐเข้าควบคุมเสถียรภาพโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะช่องว่างราคาระหว่างผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยที่กว้างถึง 10 บาท จากเดิมเพียง 2-3 บาท
รวมถึงเร่งตรวจสอบกลุ่มโรงกลั่นที่ฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าการกลั่นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท ทั้งที่เป็นเพียงน้ำมันเก่าในสต็อก ตลอดจนเร่งแก้ปัญหาจราจรติดขัดในท่าเรือแหลมฉบัง ที่ปัจจุบันรถบรรทุกต้องจอดรอคิวเข้า-ออกนานถึง 4-8 ชั่วโมง ส่งผลให้สูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิงไปอย่างเปล่าประโยชน์คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 13,000 ล้านบาทต่อเดือน และยังเป็นต้นเหตุของมลภาวะฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย
ในส่วนของกระแสข่าวที่พาดพิงภาคขนส่งนั้น ทองอยู่ได้ชี้แจงเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของกลุ่มผู้ประกอบการ โดยยืนยันว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มไม่ได้เกิดจากการที่รถบรรทุกไม่ยอมไปส่งน้ำมันตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้นเหตุที่แท้จริงเกิดจากการที่โรงกลั่นกักตุนน้ำมันเพื่อรอเวลาให้ราคาปรับขึ้นและหวังรับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงขอให้ทุกฝ่ายหยุดโยนความผิดให้ผู้ขนส่ง
พร้อมกันนี้ ทางสหพันธ์ฯ ได้ส่งข้อความวิงวอนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ว่าขณะนี้ภาคขนส่งยังคงตรึงราคาและไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งแต่อย่างใด จึงขอร้องให้อย่าเพิ่งใช้ข้ออ้างเรื่องค่าขนส่งมาเป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อซ้ำเติมภาระของประชาชนในเวลานี้
เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทางกลุ่มยังได้เสนอให้รัฐบาลใช้โอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ทั้งระบบ ด้วยการตัดต้นทุนเทียมและโครงสร้างภาษีที่ซ้ำซ้อนออกไป พร้อมหันมาใช้การขนส่งน้ำมันทางท่อที่มีโครงสร้างอยู่แล้วแทนการขนส่งทางรถยนต์เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ ที่สำคัญคือการกำหนดราคาน้ำมันให้เป็นราคามาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้ประชาชนในต่างจังหวัดที่มีรายได้น้อยกว่าต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่แพงกว่าคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ประธานสหพันธ์ฯ ระบุทิ้งท้ายว่า แม้ทางกลุ่มจะไม่ได้กำหนดขีดเส้นตายเป็นจำนวนวันที่ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้เสร็จภายในกี่วัน แต่หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยและปล่อยให้สถานการณ์ถึงขีดสุด ทางสหพันธ์ฯ ได้เตรียมมาตรการยกระดับการเคลื่อนไหวจากเบาไปหาหนักไว้รองรับแล้ว เริ่มจากการผนึกกำลังกับภาคีเครือข่าย 9 องค์กรพันธมิตร อาทิ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันกดดันและหาทางออก
เนื่องจากวิกฤตนี้กระทบเป็นห่วงโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ หากยังไม่เป็นผล จะนำมวลชนซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประกอบการและคนขับรถบรรทุกบุกเข้าชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาลในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่าจะนำไปเฉพาะมวลชนและไม่นำรถบรรทุกเข้าไปเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนด้านการจราจร และหากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและระบบเศรษฐกิจ ทางกลุ่มจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการประกาศนัดหยุดวิ่งรถขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งประเทศในท้ายที่สุด


